---
title: "รับทำเว็บไซต์ shopify ราคาเท่าไหร่? เช็กลิสต์งบและวิธีเลือก Agency"
slug: "how-much-does-shopify-web-design-cost-in-thailand"
locale: "th"
canonical: "https://ireadcustomer.com/th/blog/how-much-does-shopify-web-design-cost-in-thailand"
markdown_url: "https://ireadcustomer.com/th/blog/how-much-does-shopify-web-design-cost-in-thailand.md"
published: "2026-10-24"
updated: "2026-10-24"
author: "Naruebet Aungsirikulthumrong"
description: "เจาะลึกงบประมาณการจ้างทำเว็บ Shopify ในไทย ปี 2026 แจกแจงค่าบริการ Agency ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม Transaction Fee และเช็กลิสต์ตรวจสัญญาก่อนตัดสินใจจ้างงาน"
quick_answer: "จ้างทำเว็บ Shopify ในไทยมีค่าบริการ Agency เริ่มต้นตั้งแต่ 25,000 ถึง 250,000+ บาท โดยมีค่าธรรมเนียมรายเดือนของ Shopify ($29–$299/เดือน) และ Transaction Fee (0.6%–2.0%) เมื่อเชื่อมต่อ Payment Gateway ในไทย เช่น Omise หรือ 2C2P บวกค่าแอปพลิเคชันเสริมอีกเฉลี่ย $30–$150/เดือน"
categories: 
  - "ธุรกิจและกลยุทธ์"
tags: 
  - "Shopify"
  - "E-Commerce"
  - "Web Development"
  - "Cost Guide"
  - "Thailand SME"
source_urls: 
  - "https://help.shopify.com/en/manual/intro-to-shopify/pricing-plans/plans-features/choosing-the-right-plan"
  - "https://help.shopify.com/en/manual/intro-to-shopify/pricing-plans/pricing-plans-billing-overview"
faq:
  - question: "ทำไมใช้ Shopify ในไทยต้องเสียค่าธรรมเนียม Transaction Fee ซ้ำซ้อน?"
    answer: "เนื่องจาก Shopify Payments ยังไม่รองรับการชำระเงินสกุลเงินบาทโดยตรงสำหรับนิติบุคคลไทย ร้านค้าจึงต้องใช้ Payment Gateway ภายนอก (เช่น Omise หรือ 2C2P) ทำให้ต้องชำระทั้งค่าบริการตัดบัตรของเกตเวย์ (ประมาณ 3.0%–3.6%) และค่าธรรมเนียมธุรกรรมภายนอกของ Shopify อีก 0.6%–2.0% ตามระดับแพ็กเกจ"
  - question: "เมื่อไหร่ที่ควรขยับจากแพ็กเกจ Basic ไปเป็น Grow?"
    answer: "จุดคุ้มทุนเกิดขึ้นเมื่อร้านค้ามียอดขายผ่านบัตรเครดิตเกิน 240,000 บาทต่อเดือน โดยส่วนต่างค่า Transaction Fee ที่ลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.0% จะประหยัดได้มากกว่าส่วนต่างค่าบริการรายเดือนของแพ็กเกจ Grow"
  - question: "จ้าง Agency ทำ Shopify จำเป็นต้องซื้อธีมเสียเงินเพิ่มหรือไม่?"
    answer: "ไม่จำเป็นเสมอไป แต่แนะนำสำหรับแบรนด์ที่ต้องการลูกเล่นการขายครบถ้วน ธีมทางการของ Shopify ($180–$380) มีฟังก์ชันปรับแต่งที่เสถียร รองรับการอัปเดตระบบในอนาคตได้ดีกว่าการเขียนโค้ดขึ้นใหม่ทั้งหมด"
  - question: "สิ่งที่ต้องระวังที่สุดก่อนตรวจรับงานจาก Agency คืออะไร?"
    answer: "การโอนสิทธิ์ Store Ownership ให้ผู้ว่าจ้างเป็น Primary Owner สูงสุด และการทดสอบระบบรับชำระเงินจริงร่วมกับ Webhook เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อลูกค้าจ่ายเงินสำเร็จ ออเดอร์จะตัดสต็อกและขึ้นสถานะชำระเงินในระบบอัตโนมัติ"
robots: "noindex, follow"
---

# รับทำเว็บไซต์ shopify ราคาเท่าไหร่? เช็กลิสต์งบและวิธีเลือก Agency

เจาะลึกงบประมาณการจ้างทำเว็บ Shopify ในไทย ปี 2026 แจกแจงค่าบริการ Agency ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม Transaction Fee และเช็กลิสต์ตรวจสัญญาก่อนตัดสินใจจ้างงาน

สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาบริการ**รับ[ทำเว็บไซต์](/th/services/web-landing) shopify** ในประเทศไทย งบประมาณค่าจ้างพัฒนาโดยรวมเฉลี่ยอยู่ที่ 25,000 ถึง 250,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของดีไซน์และการเชื่อมต่อระบบ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่แท้จริงไม่ได้จบลงแค่งวดงานแรก ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงค่าธรรมเนียมรายเดือนของแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมธุรกรรมภายนอก (Third-party Transaction Fee) และค่าแอปพลิเคชันส่วนเสริม เพื่อวางแผนกระแสเงินสดได้อย่างแม่นยำ

การเลือกลงทุนบนแพลตฟอร์ม E-Commerce มีมิติด้านสถาปัตยกรรมระบบที่แตกต่างจากการทำเว็บทั่วไป หากเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สตามที่ได้กล่าวไว้ใน [รับทำเว็บไซต์ WordPress ราคาเท่าไหร่? เช็กลิสต์งบและเลือก Vendor](/th/blog/how-much-does-wordpress-web-design-cost-in-thailand) ทาง Shopify จะดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ความปลอดภัย และการอัปเดตให้อัตโนมัติ แต่แลกมาด้วยโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่เป็นสัดส่วนตามยอดขาย ซึ่งบทความนี้จะแจกแจงต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership: TCO) ไว้อย่างชัดเจน

## 1. กรอบราคาค่าจ้าง Agency พัฒนา Shopify ในไทย

ในตลาดไทย ค่าบริการรับพัฒนาเว็บ Shopify สามารถจัดกลุ่มตามขอบเขตงานได้ 3 ระดับหลัก:

1. **Starter Theme Setup (25,000 – 60,000 บาท)**: การติดตั้งธีมมาตรฐาน ปรับแต่งโทนสีและฟอนต์ตามอัตลักษณ์แบรนด์ ลงข้อมูลสินค้าเริ่มต้น 20–50 รายการ พร้อมตั้งค่าระบบจัดส่งและการชำระเงินพื้นฐาน เหมาะสำหรับแบรนด์เกิดใหม่ที่ต้องการขึ้นระบบอย่างรวดเร็ว
2. **Custom Store Design & Integration (80,000 – 250,000 บาท)**: การออกแบบหน้าเว็บเฉพาะ (UX/UI Customization) เขียนโค้ดปรับแต่ง Liquid ปรับระบบตัวกรองสินค้าขั้นสูง และเชื่อมต่อระบบหลังบ้าน เช่น ระบบจัดการคลังสินค้าภายนอก (ERP/WMS) หรือระบบสะสมแต้ม เหมาะสำหรับแบรนด์ขนาดกลางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมียอดขายประจำ
3. **Enterprise & Shopify Plus (400,000 บาทขึ้นไป)**: การพัฒนาระบบสเกลใหญ่ รองรับการขายหลายประเทศ หลายสกุลเงิน หรือการทำ Headless Commerce ร่วมกับสถาปัตยกรรมระดับองค์กร

สำหรับแนวทางวางโครงสร้างระบบเพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก [พัฒนาเว็บไซต์ E-Commerce 2026 สำหรับแบรนด์ไทย](/th/blog/e-commerce-website-development-2026-blueprint-for-thai-brands)

![ค่าธรรมเนียมสิทธิ์การใช้งานรายเดือนและ Transaction Fee ของ Shopify อ้างอิงจากเอกสารทางการของ…](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6adc66b31c91bda391ddf708)

## 2. ค่าธรรมเนียมสิทธิ์การใช้งานรายเดือนและ Transaction Fee ของ Shopify

อ้างอิงจากเอกสารทางการของ Shopify ([Shopify Help Center, 2026](https://help.shopify.com/en/manual/intro-to-shopify/pricing-plans/plans-features/choosing-the-right-plan)) โครงสร้างค่าไลเซนส์รายเดือนและค่าธรรมเนียมธุรกรรมสำหรับร้านค้าที่เชื่อมต่อ Payment Gateway ภายนอกมีรายละเอียดดังนี้:

* **Basic Plan**: ค่าบริการ $39 ต่อเดือน (หรือเฉลี่ย $29 ต่อเดือนเมื่อชำระแบบรายปี) มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมภายนอก (Third-party Transaction Fee) 2.0%
* **Grow Plan**: ค่าบริการ $105 ต่อเดือน (หรือเฉลี่ย $79 ต่อเดือนเมื่อชำระแบบรายปี) มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมภายนอก 1.0%
* **Advanced Plan**: ค่าบริการ $399 ต่อเดือน (หรือเฉลี่ย $299 ต่อเดือนเมื่อชำระแบบรายปี) มีค่าธรรมเนียมธุรกรรมภายนอก 0.6%

เนื่องจากในประเทศไทย ระบบ Shopify Payments ยังไม่ครอบคลุมการตัดบัตรเครดิตของนิติบุคคลไทยในสกุลเงินบาทโดยตรง ร้านค้าส่วนใหญ่จึงต้องเชื่อมต่อเกตเวย์ในประเทศ เช่น Omise, 2C2P หรือ GB Prime Pay ซึ่งมีค่าธรรมเนียมตัดบัตรปกติประมาณ 3.0% – 3.6% ต่อรายการ

นั่นหมายความว่า หากคุณอยู่บนแพ็กเกจ Basic คุณต้องจ่ายค่าตัดบัตรของเกตเวย์ (ประมาณ 3.3%) + ค่าธรรมเนียมให้ Shopify อีก 2.0% รวมเป็นต้นทุนธุรกรรมประมาณ 5.3% ต่อออเดอร์

> **จุดคุ้มทุนในการอัปเกรดแพ็กเกจ (Break-even Calculation):**
> เมื่อยอดขายต่อเดือนของคุณเริ่มสูงขึ้น ส่วนต่างค่าธรรมเนียมธุรกรรมระหว่าง Basic (2.0%) และ Grow (1.0%) คือ 1.0%
> ส่วนต่างค่าสมาชิกรายเดือนอยู่ที่ประมาณ $66 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 2,400 บาท)
> หากร้านค้าของคุณมียอดขายผ่านบัตรเกิน 240,000 บาทต่อเดือน การอัปเกรดเป็นแพ็กเกจ Grow จะช่วยประหยัดค่า Transaction Fee ได้มากกว่าค่าบริการรายเดือนส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นในทันที

![รับทำเว็บไซต์ shopify](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6adc66b41c91bda391ddf70e)

## 3. ต้นทุนแฝงที่ต้องเตรียมไว้ในปีแรก

นอกจากค่าจ้าง Agency และค่าแพ็กเกจรายเดือน ยังมีต้นทุนเสริมที่มักไม่อยู่ในใบเสนอราคาเริ่มต้น:

* **ค่าธีมพรีเมียมลิขสิทธิ์แท้**: ประมาณ $180 – $380 (ชำระครั้งเดียว) แม้ว่าจะมีธีมฟรีของ Shopify แต่ธีมเสียเงินใน Shopify Theme Store จะให้ความยืดหยุ่นและมีฟังก์ชันการขายที่พร้อมใช้งานมากกว่า
* **แอปพลิเคชันสำหรับตลาดไทย (Local Localization Apps)**: เฉลี่ย $30 – $150 ต่อเดือน ตัวอย่างเช่น แอปช่วยเติมตำบล อำเภอ จังหวัด และรหัสไปรษณีย์อัตโนมัติ (Address Autocomplete), แอปสร้างใบกำกับภาษีเต็มรูปสำหรับสรรพากรไทย, และระบบแจ้งเตือนคำสั่งซื้อผ่าน SMS หรือ LINE Official Account
* **ค่าชื่อโดเมน (Domain Name)**: ประมาณ 400 – 1,200 บาทต่อปี

## 4. ตารางสรุปต้นทุนรวมปีแรก (TCO Simulation)

| รายการ | แบรนด์เริ่มต้น (Starter Setup) | แบรนด์ขนาดกลาง (Custom Integration) |
| :--- | :--- | :--- |
| ค่าบริการจ้าง Agency | 35,000 บาท | 150,000 บาท |
| ค่าลิขสิทธิ์ Shopify (รายปี) | ~12,600 บาท (Basic Annual) | ~34,300 บาท (Grow Annual) |
| ค่าธีมสำเร็จรูป | ฟรี หรือ ~6,500 บาท | ~12,000 บาท |
| ค่าแอปพลิเคชันเสริม (12 เดือน) | ~15,000 บาท | ~45,000 บาท |
| **ประมาณการงบรวมปีแรก** | **~69,100 บาท** | **~241,300 บาท** |

*(หมายเหตุ: ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมธุรกรรมต่อออเดอร์ ซึ่งจะผันแปรตามยอดขายจริงของธุรกิจ)*

## 5. เช็กลิสต์ 5 ข้อในการเลือก Agency ให้ระบบพร้อมขายจริง

ก่อนลงนามในสัญญาจ้างหรือใบเสนอราคา (Scope of Work: SOW) เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบ 5 ประเด็นสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาการทิ้งงานหรือระบบไม่รองรับการทำงานจริง:

1. **สิทธิ์ความเป็นเจ้าของร้านค้า (Store Ownership)**: Agency ต้องสร้างร้านผ่าน Shopify Partner Account และโอนสิทธิ์ให้ผู้ว่าจ้างเป็น Primary Owner (ผู้ถือสิทธิ์สูงสุด) โดยเด็ดขาด ห้ามให้ Agency ถืออีเมลเจ้าของระบบเพื่อป้องกันข้อพิพาทในภายหลัง
2. **การทดสอบความเร็วและการแสดงผลบนมือถือ (Mobile & Core Web Vitals)**: เว็บไซต์ต้องได้รับการปรับแต่งไฟล์รูปภาพ สคริปต์ และฟอนต์ เพื่อให้หน้าเว็บโหลดได้อย่างรวดเร็วบนเครือข่ายมือถือ 4G/5G ในไทย
3. **การเชื่อมต่อและทดสอบ Payment Gateway จริง**: ต้องมีการทดสอบระบบการสั่งซื้อจริง (Live Transaction Test) ทั้งช่องทางบัตรเครดิตและ PromptPay เพื่อยืนยันว่า Webhook สามารถอัปเดตสถานะออเดอร์ใน Shopify ได้อย่างถูกต้อง
4. **ระยะเวลารับประกันข้อผิดพลาดของระบบ (Warranty Period)**: สัญญาต้องระบุระยะเวลารับประกันแก้บั๊กอย่างน้อย 30–60 วันหลังวันส่งมอบงานจริง โดยไม่มี[ค่าใช้จ่าย](/th/pricing)เพิ่มเติม
5. **การฝึกอบรมและคู่มือการใช้งาน (Admin Handover & Training)**: ทีมงานของ Agency ต้องมีการจัดอบรมการจัดการสต็อกสินค้า การสร้างโปรโมชัน และการจัดการคำสั่งซื้อแก่พนักงานภายในองค์กร พร้อมส่งมอบคู่มืออย่างชัดเจน
