---
title: "จ้างเขียนโปรแกรม Web Application ราคาเท่าไหร่? วิธีเลือกบริษัท"
slug: "web-application-development-buyer-guide-cost-breakdown"
locale: "th"
canonical: "https://ireadcustomer.com/th/blog/web-application-development-buyer-guide-cost-breakdown"
markdown_url: "https://ireadcustomer.com/th/blog/web-application-development-buyer-guide-cost-breakdown.md"
published: "2026-10-18"
updated: "2026-10-18"
author: "Naruebet Aungsirikulthumrong"
description: "คู่มือว่าจ้างรับเขียนโปรแกรม web application สำหรับผู้บริหารและจัดซื้อ ครอบคลุมการประเมินราคา ตารางขอบเขตงาน 4 ระดับ ขั้นตอนจัดซื้อ และสัญญาคุม Source Code"
quick_answer: "การว่าจ้างรับเขียนโปรแกรม web application ที่ประสบความสำเร็จต้องเริ่มจากการระบุฟังก์ชันงานให้ชัดเจนผ่านตารางขอบเขตงาน 4 ระดับ ทำความเข้าใจปัจจัยราคา และกำหนดสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ Source Code ให้เป็นของผู้จ้าง 100% หลังชำระเงิน พร้อมประกัน Bug 30–90 วัน"
categories: 
  - "พัฒนาซอฟต์แวร์"
tags: 
  - "Web Application"
  - "Software Development"
  - "Buyer Guide"
  - "Procurement"
  - "Vendor Selection"
source_urls: 
  - "https://digicattech.me/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1/"
  - "https://codemotive.dev/services/custom-development"
  - "https://ireadcustomer.com/th/pricing"
faq:
  - question: "การว่าจ้างรับเขียนโปรแกรม web application ควรกำหนดงบประมาณเริ่มต้นเท่าไหร่?"
    answer: "งบประมาณขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ สำหรับแอปพลิเคชันระดับเริ่มต้น (Basic) ราคาอ้างอิงของ iRead เริ่มต้นที่ ฿39,950 – ฿279,650 ขณะที่ระบบระดับองค์กรซับซ้อนสูง (Enterprise) จะอยู่ที่ ฿1,500,000 ขึ้นไป"
  - question: "ควรเลือกบริษัทรับเขียนโปรแกรม หรือ Freelancer สำหรับซอฟต์แวร์องค์กร?"
    answer: "สำหรับซอฟต์แวร์องค์กรที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ การเลือกบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์มีความเสี่ยงต่ำกว่า เนื่องจากมีทีมงานครบทุกตำแหน่ง (PM, UX/UI, QA) มีกระบวนการรับประกันงาน และมีสัญญา SLA ดูแลหลังเปิดใช้งาน"
  - question: "จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะได้เป็นเจ้าของ Source Code 100%?"
    answer: "ต้องระบุในสัญญาว่าจ้างชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ และ Git Repository ทั้งหมดจะโอนเป็นของผู้จ้างเมื่อชำระเงินงวดสุดท้ายครบถ้วน และต้องมีขั้นตอนการส่งมอบเอกสารซอร์สโค้ดในระยะสุดท้าย"
  - question: "ระยะเวลาในการพัฒนา Web Application โดยทั่วไปใช้เวลานานเท่าไหร่?"
    answer: "ระยะเวลาเฉลี่ยอยู่ที่ 2 ถึง 4 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ แบ่งเป็นช่วงวางขอบเขตและ UX/UI (4–6 สัปดาห์) ช่วงพัฒนาและ QA (6–12 สัปดาห์) และช่วงทดสอบ UAT ก่อนเปิดใช้งาน (1–2 สัปดาห์)"
robots: "noindex, follow"
---

# จ้างเขียนโปรแกรม Web Application ราคาเท่าไหร่? วิธีเลือกบริษัท

คู่มือว่าจ้างรับเขียนโปรแกรม web application สำหรับผู้บริหารและจัดซื้อ ครอบคลุมการประเมินราคา ตารางขอบเขตงาน 4 ระดับ ขั้นตอนจัดซื้อ และสัญญาคุม Source Code

การตัดสินใจคัดเลือกผู้ให้บริการ**รับเขียนโปรแกรม web application** สำหรับองค์กร ธุรกิจ SME หรือหน่วยงานจัดซื้อ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องอาศัยการวางแผนและประเมินอย่างรอบคอบ งานวิจัยและข้อมูลบริการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้โครงการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันล้มเหลว ล่าช้า หรือบานปลาย มักเกิดจากเป้าหมายทางธุรกิจและความต้องการที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น ([Digicattech, 2025](https://digicattech.me/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1/))

คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายไอที และเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อ ในการเตรียมความพร้อม กำหนดสเปก ประเมินโครงสร้างงบประมาณ คัดเลือก Vendor และทำสัญญาคุ้มครองสิทธิ์ในซอฟต์แวร์อย่างรัดกุม

---

## ตารางวิเคราะห์ขอบเขตระบบ Web Application 4 ระดับ

การประเมินขอบเขตงาน (Scope) ที่ถูกต้อง เป็นจุดเริ่มต้นในการควบคุมงบประมาณและเวลา โดยสามารถแบ่งระดับความซับซ้อนของ Web Application ออกเป็น 4 ระดับดังนี้:

1. **ระดับเริ่มต้น (Basic CRUD & Admin Portal):**
   - **ลักษณะงาน:** ระบบจัดการข้อมูลพื้นฐาน สร้าง อ่าน แก้ไข ลบ (Create, Read, Update, Delete) พร้อมหน้าต่าง Admin สำหรับจัดการเนื้อหาหรือรายชื่อผู้ใช้งาน
   - **กรณีใช้งาน:** ระบบลงทะเบียนงานสัมมนา, ระบบจัดการบทความภายในองค์กร, landing page แบบมีหลังบ้านจัดการข้อมูล
   - **ความซับซ้อน:** ต่ำ รูปแบบสิทธิ์ผู้ใช้งานมีเพียง Admin และ User สภาพแวดล้อมไม่ซับซ้อน

2. **ระดับปานกลาง (Multi-Role Workflow Platform):**
   - **ลักษณะงาน:** ระบบที่มีขั้นตอนการทำงานต่อเนื่อง มีการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานหลายระดับ (Role-Based Access Control) เช่น พนักงาน, หัวหน้างาน, ฝ่ายอนุมัติ และผู้ดูแลระบบ ([Codemotive, 2026](https://codemotive.dev/services/custom-development))
   - **กรณีใช้งาน:** ระบบอนุมัติเอกสารออนไลน์, ระบบจัดการคำสั่งซื้อ B2B, ระบบ HR ลาป่วยและประเมินผล
   - **ความซับซ้อน:** ปานกลาง มีการแจ้งเตือนผ่าน Email หรือ LINE OA และแดชบอร์ดสรุปผล

3. **ระดับสูง (Advanced Real-Time & Integrated Platform):**
   - **ลักษณะงาน:** ระบบประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ มีการเชื่อมต่อ API ภายนอกหลายระบบ เช่น ระบบชำระเงิน (Payment Gateway), ERP, CRM หรือระบบขนส่ง
   - **กรณีใช้งาน:** ระบบ Marketplace, ระบบจองตั๋วหรือที่นั่งเรียลไทม์, ระบบบริหารคลังสินค้าแบบหลายคลัง
   - **ความซับซ้อน:** สูง ต้องออกแบบสถาปัตยกรรมฐานข้อมูลที่รองรับภาระงานหนักและการขยายตัว

4. **ระดับองค์กรใหญ่ (Enterprise Custom Suite):**
   - **ลักษณะงาน:** ระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับกระบวนการซับซ้อนขององค์กร รองรับการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก มีความปลอดภัยระดับสูง และต้องปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA หรือมาตราฐาน ISO/IEC
   - **กรณีใช้งาน:** ระบบ Core Banking, ระบบการจัดการห่วงโซ่อุปทานระดับประเทศ, [ระบบ ERP](/th/services/erp-implementation) แบบสร้างเอง
   - **ความซับซ้อน:** สูงมาก ต้องมีระบบ Backup, Disaster Recovery และโครงสร้าง Infrastructure แบบ Multi-Cloud

---

![ระดับองค์กรใหญ่ Enterprise Custom Suite: - ลักษณะงาน:…](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6ad4e5eb4b9287fe71c6eac0)

## ปัจจัยที่กำหนดราคาและโครงสร้างค่าใช้จ่าย

ราคาในการ**รับเขียนโปรแกรม web application** ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าจอเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยทางเทคนิคและกระบวนการพัฒนา ดังนี้:

* **โครงสร้างสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role Hierarchy):** ยิ่งมีบทบาทผู้ใช้หลายระดับ และมีเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูลที่แตกต่างกัน ต้นทุนการเขียนโลจิกความปลอดภัยจะยิ่งสูงขึ้น
* **การเชื่อมต่อระบบภายนอก (Third-Party API Integration):** การเชื่อมต่อกับ Payment Gateway, LINE OA, ERP หรือ Legacy System ขององค์กร ต้องใช้เวลาในการทดสอบ Sandbox และ handling edge cases
* **จำนวนผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent Users):** ระบบที่ต้องรองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน 10,000 คน จะมีต้นทุนด้านสถาปัตยกรรม (Load Balancer, Caching, Database Indexing) สูงกว่าระบบที่ใช้งานภายใน 50 คนอย่างมาก
* **บริการดูแลหลังเปิดใช้งาน (SLA & Maintenance):** ข้อตกลงระดับบริการในการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดระบบล่ม การอัปเดตความปลอดภัย และการสำรองข้อมูล

### กรอบราคาอ้างอิงบริการรับพัฒนา Web Application จาก iRead

เพื่อเป็นแนวทางในการประมาณการงบประมาณ iRead กำหนดโครงสร้างราคาการ[พัฒนาแอป](/th/services/mobile-app-development)พลิเคชัน (Web หรือ Mobile) ดังนี้ ([ดูรายละเอียดราคาอ้างอิง](https://ireadcustomer.com/th/pricing)):

* **อัตราค่าบริการรายวัน (Man-Day Rate):** เริ่มต้นที่ ฿7,990 ต่อ Man-Day
* **แพ็กเกจระดับเริ่มต้น (Basic):** ฿39,950 – ฿279,650
* **แพ็กเกจระดับปานกลาง (Moderate):** ฿279,650 – ฿399,500
* **แพ็กเกจระดับสูง (Advanced):** ฿399,500 – ฿1,500,000
* **แพ็กเกจระดับองค์กรใหญ่ (Enterprise):** ฿1,500,000 ขึ้นไป

สำหรับผู้ที่ต้องการเช็กงบประมาณเบื้องต้น สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ [รับทำแอพ ราคา ปี 2026: เช็กลิสต์งบและสัญญาป้องกันทิ้งงาน](/th/blog/app-development-price-guide-2026-scope-contracts)

---

## ขั้นตอนการว่าจ้างและกรอบเวลา 5 ระยะ

เพื่อให้โครงการดำเนินไปได้อย่างเรียบร้อย ไม่หลุดจากกรอบเวลา ฝ่ายจัดซื้อและทีมผู้บริหารควรรับทราบขั้นตอนมาตรฐาน 5 ระยะดังนี้:

```
[ระยะที่ 1: Scope & Requirements] (1-2 สัปดาห์)
       │
       ▼
[ระยะที่ 2: Vendor RFP & Evaluation] (1-2 สัปดาห์)
       │
       ▼
[ระยะที่ 3: UX/UI Design & Architecture] (3-4 สัปดาห์)
       │
       ▼
[ระยะที่ 4: Agile Development & QA Testing] (6-12 สัปดาห์)
       │
       ▼
[ระยะที่ 5: UAT & Staff Onboarding] (1-2 สัปดาห์)
```

1. **ระยะที่ 1: รวบรวมความต้องการและขอบเขตงาน (1–2 สัปดาห์):**
   จัดทำเอกสาร Requirement Specification สรุปเป้าหมายธุรกิจ ฟังก์ชันที่จำเป็น และเงื่อนไขข้อบังคับ
2. **ระยะที่ 2: ออกเอกสาร RFP และคัดเลือก Vendor (1–2 สัปดาห์):**
   ส่งเอกสารเปรียบเทียบข้อเสนอ ประเมินราคา ผลงานในอดีต และศักยภาพของทีมงาน
3. **ระยะที่ 3: ออกแบบ UX/UI และวางสถาปัตยกรรมระบบ (3–4 สัปดาห์):**
   สร้าง Wireframe, User Flow, Design System และวางโครงสร้างฐานข้อมูล ([Codemotive, 2026](https://codemotive.dev/services/custom-development))
4. **ระยะที่ 4: พัฒนาโปรแกรมและทดสอบคุณภาพ (6–12 สัปดาห์):**
   เขียนโค้ดตามรอบ Sprint ทำการทดสอบ Functional Testing, Integration Testing และ Security Audit
5. **ระยะที่ 5: ทดสอบการใช้งานจริง (UAT) และส่งมอบงาน (1–2 สัปดาห์):**
   ให้ผู้ใช้งานจริงทดสอบระบบ (User Acceptance Testing) จัดอบรมเจ้าหน้าที่ และย้ายระบบขึ้น Production Environment

---

![รับเขียนโปรแกรม web application](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6ad4e5ec4b9287fe71c6eac6)

## เช็กลิสต์คัดเลือกทีมพัฒนาและสัญญาณอันตราย

การเลือก Vendor ในการ**รับเขียนโปรแกรม web application** มีความแตกต่างกันระหว่าง Freelancer และ บริษัทเอเจนซี่พัฒนาซอฟต์แวร์ ([Digicattech, 2025](https://digicattech.me/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97-%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1/)) ซึ่งมีจุดเด่นและข้อควรระวังต่างกัน

### ตารางเปรียบเทียบ Freelancer vs Software Agency

| หัวข้อประเมิน | Freelancer | Software Development Agency |
| :--- | :--- | :--- |
| **งบประมาณ** | ยืดหยุ่น ต่ำกว่า | สมเหตุสมผลตามขนาดทีมและมาตรฐาน |
| **ความต่อเนื่องของทีม** | เสี่ยงสูงหากฟรีแลนซ์ติดงานอื่นหรือรับงานซ้อน | มีทีมสำรองทดแทนได้ กระบวนการเป็นระบบ |
| **การประกันงานและ SLA** | มักไม่มีการประกันเป็นลายลักษณ์อักษร | มีสัญญาการรับประกันและการดูแล SLA ชัดเจน |
| **ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง** | ขึ้นอยู่กับทักษะของคนๆ เดียว | มีทีมครบทั้ง PM, UX/UI, Full-stack, QA |

### สัญญาณอันตราย (Red Flags) ที่ต้องระวังก่อนเซ็นสัญญา

- **เสนอราคาต่ำกว่าตลาดอย่างผิดปกติ:** อาจนำไปสู่การทิ้งงานกลางทาง หรือคิดค่าบริการเพิ่มในฟังก์ชันพื้นฐาน
- **ไม่มีกระบวนการ UX/UI Wireframe:** เริ่มเขียนโค้ดทันทีโดยไม่ทำแบบร่าง ทำให้ต้องแก้ไขงานซ้ำซาก
- **ไม่ระบุสิทธิ์การถือครอง Source Code:** ซ่อนเงื่อนไขให้ผู้จ้างต้องจ่ายค่าเช่ารายปีหรือยึดซอร์สโค้ดไว้
- **ปฏิเสธการทำสัญญา NDA หรือ SLA:** แสดงถึงขาดความเป็นมืออาชีพด้านความปลอดภัยของข้อมูล

หากคุณกำลังพิจารณาสร้างระบบซอฟต์แวร์ระดับองค์กร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ [เช็คลิสต์การเลือก ERP Vendor 2026 สำหรับโรงงานและจัดจำหน่าย](/th/blog/the-ultimate-erp-vendor-selection-checklist-2026-for-manufacturing-distribution)

---

## ข้อสัญญาเรื่องกรรมสิทธิ์ Source Code และการดูแลหลังเปิดใช้งาน

ประเด็นทางกฎหมายและข้อตกลงในสัญญาถือเป็นเรื่องที่ฝ่ายจัดซื้อไม่ควรมองข้าม เมื่อตกลงว่าจ้างบริษัท**รับเขียนโปรแกรม web application** สัญญาว่าจ้างควรครอบคลุม 4 สาระสำคัญดังนี้:

1. **การโอนกรรมสิทธิ์ซอร์สโค้ด (Source Code IP Assignment):** สัญญาต้องระบุชัดเจนว่า เมื่อผู้จ้างชำระเงินงวดสุดท้ายครบถ้วนแล้ว สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ลิขสิทธิ์ และ Git Repository ทั้งหมดจะตกเป็นของผู้จ้างโดยสมบูรณ์
2. **การส่งมอบซอร์สโค้ดและเอกสาร (Delivery & Documentation):** Vendor ต้องส่งมอบ Source Code พร้อมเอกสารอธิบายโครงสร้างระบบ (Technical Documentation) และคู่มือการติดตั้ง (Deployment Guide)
3. **การรับประกันข้อผิดพลาด (Warranty Period):** ต้องมีการรับประกันแก้ไข Bug ฟรีอย่างน้อย 30–90 วัน หลังเปิดใช้งานจริง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
4. **ข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA Maintenance):** ระบุเวลาในการตอบสนอง (Response Time) และเวลาในการแก้ไขปัญหา (Resolution Time) เมื่อระบบเกิดขัดข้องตามระดับความรุนแรง (Critical, Major, Minor)

---

## สรุปแนวทางดำเนินการสำหรับผู้บริหาร

การว่าจ้างบริษัท**รับเขียนโปรแกรม web application** ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่การเลือกเจ้าที่เสนอราคาถูกที่สุด แต่คือการเลือกพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่มีกระบวนการทำงานชัดเจน ตรงตามขอบเขตงาน และให้สิทธิ์ในซอร์สโค้ดอย่างถูกต้อง

หากองค์กรของคุณต้องการประเมินงบประมาณโครงการพัฒนา Web Application หรือต้องการคำปรึกษาในการจัดทำ Requirement Specification สามารถประเมินงบประมาณได้ด้วยระบบ AI ประเมินราคาฟรี หรือนัดหมายเพื่อพูดคุยรายละเอียดขอบเขตงานกับทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ของเราได้ทันที

**บริการที่เกี่ยวข้อง:** [Software Development](/th/services/software-development)
