---
title: "Power BI คืออะไร: สรุปต้นทุนปี 2026 และเช็กลิสต์ย้ายจาก Excel"
slug: "what-is-power-bi-2026-costs-excel-migration-guide"
locale: "th"
canonical: "https://ireadcustomer.com/th/blog/what-is-power-bi-2026-costs-excel-migration-guide"
markdown_url: "https://ireadcustomer.com/th/blog/what-is-power-bi-2026-costs-excel-migration-guide.md"
published: "2026-10-01"
updated: "2026-10-01"
author: "Naruebet Aungsirikulthumrong"
description: "ทำความเข้าใจว่า Power BI คืออะไร พร้อมแจกแจงโครงสร้างราคา Power BI Pro ปี 2026 ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทั้งคนสร้างและคนดูรายงาน และเช็กลิสต์ 5 ข้อสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยับจาก Excel"
quick_answer: "Power BI คือแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างแดชบอร์ดอัตโนมัติของ Microsoft โดยโปรแกรม Power BI Desktop ให้บริการฟรีบนคอมพิวเตอร์ แต่การแชร์รายงานผ่านระบบคลาวด์ในองค์กรต้องใช้สิทธิ์ Power BI Pro ราคา 14 ดอลลาร์ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ทั้งคนสร้างและคนเปิดอ่านรายงาน"
categories: []
tags: 
  - "Power BI"
  - "Business Intelligence"
  - "Microsoft 365"
  - "Data Analytics"
  - "SME Business Tools"
source_urls: 
  - "https://powerbi.microsoft.com/en-us/pricing/"
faq:
  - question: "Power BI ใช้งานฟรีได้หรือไม่?"
    answer: "ใช้งานได้ฟรีผ่านโปรแกรม Power BI Desktop บนคอมพิวเตอร์สำหรับการสร้างรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล แต่หากต้องการแชร์รายงานขึ้นระบบคลาวด์ให้ทีมงานหรือผู้บริหารเปิดดู จะต้องใช้สิทธิ์ Power BI Pro ซึ่งมีค่าบริการ"
  - question: "คนเปิดดูรายงานอย่างเดียว ต้องเสียค่าไลเซนส์ Power BI Pro หรือไม่?"
    answer: "ต้องเสียค่าไลเซนส์ ระบบความปลอดภัยของ Microsoft กำหนดให้ทั้งคนสร้างรายงานและคนเปิดดูรายงานในพื้นที่ทำงานร่วม (Workspace) ต้องมีสิทธิ์ Power BI Pro ($14/คน/เดือน) ยกเว้นองค์กรขนาดใหญ่ที่เช่าใช้ระบบความจุระดับ Fabric F64 ขึ้นไป"
  - question: "Power BI เหมาะกับงานประเภทใดในธุรกิจ SME?"
    answer: "เหมาะสำหรับงานที่ต้องรวบรวมข้อมูลจากหลายระบบ เช่น รายงานยอดขายรวมหน้าร้านกับออนไลน์ การวิเคราะห์สต็อกสินค้า การติดตามกระแสเงินสด และงานที่ต้องส่งรายงานตัวเลขให้ผู้บริหารตรวจสอบเป็นประจำทุกวัน"
  - question: "สามารถส่งออกรายงาน Power BI เป็นไฟล์ PDF หรือ Excel ให้ผู้บริหารดูแทนการซื้อไลเซนส์ได้ไหม?"
    answer: "สามารถทำได้ แต่จะสูญเสียจุดเด่นหลักของ Power BI เช่น ความสามารถในการกดฟิลเตอร์กรองข้อมูลแบบโต้ตอบ การอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติรายวัน และระบบความปลอดภัยระดับแถวข้อมูล (Row-Level Security)"
robots: "noindex, follow"
---

# Power BI คืออะไร: สรุปต้นทุนปี 2026 และเช็กลิสต์ย้ายจาก Excel

ทำความเข้าใจว่า Power BI คืออะไร พร้อมแจกแจงโครงสร้างราคา Power BI Pro ปี 2026 ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายทั้งคนสร้างและคนดูรายงาน และเช็กลิสต์ 5 ข้อสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยับจาก Excel

**Power BI คือ** แพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างรายงานเชิงโต้ตอบ (Business Intelligence) ของ Microsoft ที่ออกแบบมาเพื่อรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง เช่น สเปรดชีต ระบบขายหน้าร้าน (POS) แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และโปรแกรมบัญชี เข้ามาประมวลผลเป็นแดชบอร์ดสรุปผลการดำเนินงานแบบอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าของกิจการและผู้บริหารมองเห็นภาพรวมธุรกิจได้แบบเรียลไทม์ผ่านคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องรอให้ฝ่ายปฏิบัติการรวบรวมไฟล์สรุปด้วยตนเองทุกสิ้นเดือน

สำหรับเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับองค์กร ความสับสนส่วนใหญ่มักไม่ได้อยู่ที่ความสามารถของระบบ แต่อยู่ที่คำถามสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ระบบนี้ใช้งานฟรีจริงหรือไม่ โครงสร้างค่าสิทธิ์ใช้งาน (License) มี[ค่าใช้จ่าย](/th/pricing)แอบแฝงอย่างไร และเมื่อใดที่ธุรกิจควรตัดสินใจย้ายกระบวนการทำงานจากสเปรดชีตเดิมอย่าง Excel มาสู่ระบบนี้ บทความนี้สรุปคำตอบไว้อย่างละเอียดและตรงไปตรงมา

## Power BI คืออะไร และแตกต่างจาก Excel อย่างไรในการบริหารงาน

คำถามที่พบบ่อยที่สุดของผู้บริหารคือ **Power BI กับ Excel ต่างกันอย่างไร** ในเมื่อทั้งสองโปรแกรมต่างเป็นเครื่องมือจัดการข้อมูลของ Microsoft และสามารถสร้างกราฟสรุปยอดขายได้เช่นเดียวกัน

ข้อแตกต่างเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดแบ่งออกเป็น 3 มิติ:

1. **ปริมาณข้อมูลและความเร็วในการประมวลผล**: Excel ถูกออกแบบมาสำหรับการคำนวณและบันทึกข้อมูลในระดับตาราง เมื่อข้อมูลมีขนาดเกิน 100,000 ถึง 500,000 แถว ไฟล์จะเริ่มเปิดช้า ค้าง หรือสูญหายได้ง่าย ขณะที่ Power BI ใช้ระบบบีบอัดข้อมูลแบบ Columnar Database ในหน่วยความจำ ทำให้สามารถรองรับข้อมูลระดับหลายล้านแถวได้อย่างรวดเร็ว
2. **การรวมข้อมูลข้าม[ระบบอัตโนมัติ](/th/services/ai-automation)**: ใน Excel หากคุณต้องการรวมยอดขายหน้าร้าน ยอดขายจากมาร์เก็ตเพลส และต้นทุนสินค้า คุณมักต้องให้พนักงานคอยดาวน์โหลดไฟล์ CSV มาเรียงและใช้สูตรเชื่อมโยงข้อมูลซ้ำๆ ทุกสัปดาห์ แต่ Power BI มีระบบเตรียมข้อมูลในตัว (Power Query) ที่สามารถตั้งเวลาดึงข้อมูลและแปลงโครงสร้างให้พร้อมใช้งานได้โดยอัตโนมัติ หากสนใจแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลยอดขาย สามารถศึกษาต่อได้ที่ [ระบบอัตโนมัติ No-Code 2026 สำหรับ SME ไทย เลิกก๊อป Shopee ลง Excel](/th/blog/2026-no-code-automation-guide-for-thai-smes-stop-copy-pasting-shopee-to-excel)
3. **การควบคุมสิทธิ์การมองเห็นข้อมูล (Row-Level Security)**: Excel เป็นไฟล์เอกสาร หากส่งไฟล์ให้ผู้จัดการสาขาเปิดดู ข้อมูลทั้งหมดในไฟล์จะเปิดเผยต่อผู้จัดการคนนั้นทันที แต่ใน Power BI ผู้ดูแลระบบสามารถสร้างรายงานเพียงหน้าเดียว แล้วกำหนดสิทธิ์ให้ผู้จัดการสาขาเชียงใหม่เห็นเฉพาะยอดขายของเชียงใหม่ ในขณะที่กรรมการผู้จัดการสามารถเห็นข้อมูลภาพรวมทุกสาขาได้พร้อมกัน

![ระยะทดสอบระบบ จัดซื้อ 2 สิทธิ์: เมื่อรายงานพร้อมใช้งาน ให้จัดซื้อ Power BI Pro เพียง 2…](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6abe138fc3d9f6f9557c95a4)

## โครงสร้างราคาและต้นทุนสิทธิ์ใช้งานปี 2026: คนดูรายงานต้องจ่ายหรือไม่

ข้อสงสัยยอดนิยมคือ **Power Bi ใช้งานฟรีไหม** คำตอบคือ **ฟรีเฉพาะการใช้งานส่วนบุคคลบนคอมพิวเตอร์เครื่องเดี่ยว** ผ่านโปรแกรม Power BI Desktop

คุณสามารถดาวน์โหลด Power BI Desktop มาติดตั้งบนคอมพิวเตอร์เพื่อดึงข้อมูล ทำความสะอาดข้อมูล และสร้างกราฟิกรายงานได้ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่จุดเปลี่ยนของต้นทุนจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณต้องการ "ส่งรายงานให้ผู้อื่นดูผ่านระบบออนไลน์"

อ้างอิงจากข้อมูลทางการของ Microsoft สำหรับสิทธิ์ใช้งาน Power BI ([แหล่งข้อมูล Microsoft Pricing](https://powerbi.microsoft.com/en-us/pricing/)): สิทธิ์การใช้งาน **Power BI Pro มีราคาอยู่ที่ 14.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อผู้ใช้ต่อเดือน** (เมื่อเรียกเก็บเงินแบบรายปี)

ข้อผิดพลาดที่ธุรกิจ SME มักประเมินพลาดคือ การคิดว่าจะซื้อสิทธิ์ใช้งานเฉพาะนักวิเคราะห์ข้อมูลหรือพนักงานไอที 1-2 คน เพื่อสร้างแดชบอร์ด แล้วนำลิงก์ไปแชร์ให้ผู้บริหารและหัวหน้าแผนกเปิดดูฟรี ซึ่งในความเป็นจริง ระบบรักษาความปลอดภัยของ Microsoft กำหนดว่า **ทั้งผู้สร้างรายงานและผู้เปิดดูรายงานในพื้นที่ทำงานร่วม (Workspace) จะต้องมีสิทธิ์ Power BI Pro ทั้งคู่** ยกเว้นกรณีที่รายงานนั้นถูกจัดเก็บบนโครงสร้างพื้นฐานระดับองค์กรขนาดใหญ่ (Microsoft Fabric ความจุ F64 ขึ้นไป) ซึ่งมีต้นทุนเริ่มต้นหลายพันดอลลาร์ต่อเดือนและไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

## ตัวอย่างคำนวณงบประมาณจริงสำหรับธุรกิจ SME (ทีม 10 คน)

เพื่อให้เห็นภาพการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม ลองพิจารณาสมมติฐานของธุรกิจ SME ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านระบบรายงานยอดขายและสต็อกสินค้า:

* **ทีมสร้างรายงาน**: เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล 1 คน และเจ้าหน้าที่บัญชี 1 คน (รวม 2 คน)
* **ทีมผู้บริหารและหัวหน้างาน**: กรรมการผู้จัดการ 1 คน, ผู้จัดการฝ่ายขาย 1 คน, ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ 1 คน, และผู้จัดการสาขา 5 คน (รวม 8 คน)
* **จำนวนสิทธิ์ที่ต้องจัดซื้อ**: 10 สิทธิ์ใช้งาน (ทุกคนต้องล็อกอินเข้าดูข้อมูลแบบโต้ตอบผ่านเว็บหรือมือถือ)

**การคำนวณต้นทุนต่อปี:**
* ค่าสิทธิ์ใช้งานรายเดือน: 10 คน × 14 ดอลลาร์สหรัฐ = 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน
* ค่าสิทธิ์ใช้งานรวมต่อปี: 140 × 12 = 1,680 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
* คิดเป็นเงินบาท (อัตราแลกเปลี่ยนสมมติ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ): ประมาณ 58,800 บาทต่อปี

ตัวเลข 58,800 บาทต่อปีนี้ เป็นต้นทุนซอฟต์แวร์โดยตรงที่ยังไม่รวมค่าจ้างที่ปรึกษาในการออกแบบฐานข้อมูลครั้งแรก หากธุรกิจของคุณมีผู้บริหารที่ต้องการดูรายงานเพียง 2-3 คน ต้นทุนส่วนนี้จะลดลงเหลือประมาณ 15,000–20,000 บาทต่อปี ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับเวลาที่พนักงานต้องเสียไปกับการนั่งรวมไฟล์สเปรดชีตทุกสัปดาห์

![Power BI กับ Excel ต่างกันอย่างไร](https://land-admin.ireadcustomer.com/api/images/6abe1390c3d9f6f9557c95aa)

## เช็กลิสต์ 5 ข้อ: สัญญาณเตือนว่าธุรกิจควรย้ายจาก Excel สู่ Power BI

ก่อนที่จะตัดสินใจจัดซื้อสิทธิ์ใช้งาน ให้ใช้แบบสำรวจ 5 ข้อนี้ตรวจสอบความพร้อมและความจำเป็นของธุรกิจ:

| ข้อที่ | เกณฑ์พิจารณา | สถานการณ์ที่บ่งชี้ว่าควรใช้ Power BI | ผลลัพธ์ทางธุรกิจ |
| :--- | :--- | :--- | :--- |
| 1 | ปริมาณแถวข้อมูล | ข้อมูลธุรกรรมสะสมเกิน 100,000 แถว และไฟล์ Excel เริ่มหน่วงหรือค้าง | ลดความเสี่ยงไฟล์ข้อมูลพังเสียหายระหว่างบันทึก |
| 2 | จำนวนแหล่งข้อมูล | ต้องรวมข้อมูลจากมากกว่า 2 แหล่ง (เช่น POS + Lazada/Shopee + บัญชี) | ประหยัดเวลาของพนักงานจากการคัดลอกข้อมูลซ้ำซ้อน |
| 3 | ความถี่ในการอัปเดต | ต้องการเห็นตัวเลขยอดขายรายวันโดยไม่ต้องทวงรายงานจากทีม | ผู้บริหารตัดสินใจสั่งสต็อกหรือปรับโปรโมชันได้ทันท่วงที |
| 4 | ความปลอดภัยของข้อมูล | ต้องซ่อนข้อมูลต้นทุนหรือแยกยอดขายรายสาขาออกจากกัน | ป้องกันข้อมูลความลับรั่วไหลภายในทีมปฏิบัติงาน |
| 5 | ช่องทางการดูข้อมูล | ผู้บริหารต้องเดินทางบ่อยและต้องการตรวจเช็กตัวเลขผ่านมือถือ | เข้าถึงตัวชี้วัดสำคัญได้ทุกที่โดยไม่ต้องรอเปิดคอมพิวเตอร์ |

หากธุรกิจของคุณตอบว่า "ใช่" ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป การลงทุนในระบบ Business Intelligence จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าการฝืนใช้สเปรดชีตแบบเดิมอย่างแน่นอน

## ข้อจำกัดและความยากในการใช้งาน (Power BI ใช้งานยากไหม)

สำหรับคำถามว่า **Power Bi ใช้งานยากไหม** ต้องยอมรับตามจริงว่าระดับความยากแบ่งออกเป็น 2 ส่วน:

* **ระดับผู้ใช้งานทั่วไป (End-User)**: ใช้งานง่ายมาก ผู้บริหารสามารถคลิกตัวกรองข้อมูลบนกราฟ เลือกช่วงเวลา และซูมดูข้อมูลแต่ละสาขาได้ทันทีเหมือนการใช้งานเว็บไซต์ทั่วไป โดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิค
* **ระดับผู้พัฒนาและดูแลระบบ (Developer)**: มีความซับซ้อนปานกลางถึงสูง การสร้างสูตรคำนวณขั้นสูงต้องใช้ภาษา DAX (Data Analysis Expressions) และการเชื่อมต่อข้อมูลต้องเข้าใจโครงสร้าง Data Modeling พื้นฐาน เช่น ความสัมพันธ์แบบ One-to-Many หากองค์กรไม่มีบุคลากรที่มีทักษะดังกล่าว อาจต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับการอบรมทีมงานหรือจ้างผู้เชี่ยวชาญวางระบบเริ่มต้นให้เรียบร้อย

## แผนการเริ่มต้นแบบเป็นขั้นเป็นตอนเพื่อลดความเสี่ยง

เพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย ธุรกิจ SME ควรเริ่มต้นตามแนวทาง 3 ระยะดังนี้:

1. **ระยะทดลองใช้ (ไม่มีค่าใช้จ่าย)**: ดาวน์โหลด Power BI Desktop มาให้เจ้าหน้าที่ทดลองดึงข้อมูลจริงจากระบบบัญชีหรือสเปรดชีตมาจัดทำรายงานต้นแบบ ทดสอบความถูกต้องของสูตรคำนวณและตัวเลข
2. **ระยะทดสอบระบบ (จัดซื้อ 2 สิทธิ์)**: เมื่อรายงานพร้อมใช้งาน ให้จัดซื้อ Power BI Pro เพียง 2 บัญชี ($28/เดือน) โดยมอบให้ผู้สร้าง 1 บัญชี และผู้บริหารระดับสูง 1 บัญชี เพื่อทดสอบระบบการแชร์รายงานผ่านระบบคลาวด์และการเปิดดูผ่านแอปพลิเคชันมือถือ
3. **ระยะขยายผลทั้งองค์กร**: เมื่อพิสูจน์แล้วว่ารายงานช่วยลดเวลาการประชุมและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง จึงค่อยจัดซื้อสิทธิ์ใช้งานเพิ่มเติมให้กับหัวหน้าแผนกและผู้จัดการสาขาตามลำดับความจำเป็น

**บริการที่เกี่ยวข้อง:** [Software Development](/th/services/software-development)
