แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการหา Customer Insight?
ในโลกยุคดิจิทัลมีแหล่งข้อมูลมากมายที่พร้อมให้คุณหยิบไปใช้ เราขอแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ใหญ่ๆ ได้แก่ 1. แหล่งข้อมูลแบบเปิด (Open Sources) 2. แหล่งข้อมูลที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ (Owned Sources) 3. วิธีการแบบดั้งเดิม (Traditional Methods)

เจาะลึก! แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการหา Customer Insight
อยากเข้าใจลูกค้าให้ลึกกว่าเดิมไหม?
Customer Insight คือกุญแจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าใจลูกค้าได้ “จริง” ไม่ใช่แค่เดา
แต่คำถามคือ…
แล้วเราจะไป "ขุด" Insight เหล่านี้ได้จากที่ไหน?
ไม่ต้องห่วงค่ะ เพราะในโลกยุคดิจิทัลมีแหล่งข้อมูลมากมายที่พร้อมให้คุณหยิบไปใช้
เราขอแบ่งออกเป็น 3 หมวดหมู่ใหญ่ๆ ดังนี้:
1. แหล่งข้อมูลแบบเปิด (Open Sources)
แหล่งข้อมูลสาธารณะที่ใครก็เข้าถึงได้ ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของ “ตลาด” และ “ความสนใจของผู้บริโภค” ได้อย่างรวดเร็ว
Google Trends
ดูได้เลยว่า คนกำลังสนใจอะไร หัวข้อไหนกำลังเป็นกระแส หรือคำค้นหาเกี่ยวกับสินค้าคุณเป็นอย่างไรในแต่ละช่วงเวลา
Keyword Research Tools (เช่น Ubersuggest, Ahrefs, Google Keyword Planner)
เครื่องมือพวกนี้ช่วยให้คุณรู้ว่า
ลูกค้าใช้ “คำ” อะไรในการหาข้อมูล = เข้าใจ "ภาษาของลูกค้า"
และช่วยวางแผนคอนเทนต์หรือโฆษณาได้แม่นยำมากขึ้น
2. แหล่งข้อมูลที่ธุรกิจเป็นเจ้าของ (Owned Sources)
นี่คือ "ข้อมูลของคุณเอง" ที่มีคุณค่ามาก เพราะมันสะท้อนพฤติกรรมของ “ลูกค้าจริง” ที่ซื้อหรือมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์แล้ว
ข้อมูลจากเว็บไซต์ (Website Analytics)
เช่น Google Analytics บอกคุณได้ว่า
ลูกค้าเข้ามายังไง, สนใจหน้าไหน, อยู่บนเว็บนานไหม, คลิกอะไรบ้าง ฯลฯ
ช่วยให้คุณรู้ว่าหน้าไหนเวิร์ก – หน้าไหนทำให้คนกดออก
ระบบ CRM (Customer Relationship Management)
แหล่งรวมข้อมูลลูกค้าแบบละเอียด ทั้งประวัติการซื้อ การโต้ตอบ และพฤติกรรมซ้ำ
Insight ที่ได้: ลูกค้ากลุ่มไหนมีแนวโน้มซื้อซ้ำ? ลูกค้า VIP ของเราคือใคร?
ยอดขาย (Sales Data)
รู้ว่าอะไรขายดี กลุ่มไหนซื้อบ่อย สินค้าไหนโดนคืนบ่อย ทำให้คุณเข้าใจ “ของที่ลูกค้าต้องการจริง” และจุดที่ควรปรับปรุง
ข้อมูลจาก Customer Service
คำถามที่พบบ่อย, ข้อร้องเรียน, หรือรีวิวจากฝ่ายบริการลูกค้า
บ่อยครั้ง นี่คือจุดที่ Insight ลึกๆ ซ่อนอยู่ เพราะลูกค้าจะพูด “ของจริง” ตอนมีปัญหา
3. วิธีการแบบดั้งเดิม (Traditional Methods)
แม้จะไม่หวือหวาเท่าข้อมูลดิจิทัล แต่วิธีแบบนี้ให้ Insight ที่ “ลึกและแม่น” ได้ดีมาก โดยเฉพาะเรื่องแรงจูงใจและอารมณ์
แบบสอบถาม (Surveys)
ทำออนไลน์ก็ได้ แค่ถามให้ถูกและไม่ยาวเกินไป
คุณจะได้ข้อมูลเรื่องความพึงพอใจ ความต้องการ และมุมมองต่อแบรนด์
สัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interviews)
คุยกับลูกค้าจริงๆ แบบตัวต่อตัว เพื่อเข้าใจมุมมอง ความรู้สึก และพฤติกรรมที่ตัวเลขให้ไม่ได้
Focus Groups
รวมกลุ่มเป้าหมายมานั่งคุยหัวข้อเดียวกัน แล้วสังเกตปฏิกิริยาหรือความเห็นที่เกิดขึ้นจริงแบบโต้ตอบ
เทคนิคนี้มักใช้ในรีเสิร์ชสินค้าใหม่หรือทดสอบคอนเซปต์โฆษณา
การสังเกตการณ์ (Observation)
เฝ้าดูพฤติกรรมของลูกค้าแบบไม่เข้าไปยุ่ง เช่น ดูว่าเขาเลือกสินค้ายังไงในร้าน
ใช้แอปยังไง หรือมีปัญหาตอนไหน
วิธีนี้ได้ Insight ที่ลูกค้าอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเจออยู่
สรุป: ไม่ใช่แค่ “มีข้อมูล” แต่ต้องรู้ว่า “ข้อมูลแบบไหน” ให้ Insight ที่แท้จริง
Customer Insight ที่ดี เริ่มต้นจากการรู้ว่าควรเก็บข้อมูลอะไร จากที่ไหน
และนำไปวิเคราะห์อย่างถูกวิธี ไม่ต้องรอให้มีทีม Data หรือเครื่องมือแพงๆ
✅ ใช้สิ่งที่คุณมี
✅ ฟังให้มาก
✅ สังเกตให้ลึก
✅ และตั้งคำถามให้ถูก
แล้วคุณจะเข้าใจลูกค้าแบบที่คู่แข่งตามไม่ทัน!