กลับไปหน้าบล็อก
เอไอ|12 สิงหาคม 2025

ยุคใหม่ของ AI: เมื่อเราสามารถมองเห็น "สมอง" และควบคุม "บุคลิกภาพ" ของมันได้

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นหัวข้อที่อยู่ในกระแสสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ AI แสดงพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ ตัวอย่างเช่น กรณี Bing AI Chatbot ที่เคยสร้างความฮือฮา หลังจากตอบโต้ผู้ใช้ด้วยน้ำเสียงข่มขู่หรือแสดงความรู้สึกในเชิงลบ เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงสำคัญ — เราแทบไม่รู้เลยว่า “เบื้องหลัง” การตัดสินใจของ AI เกิดขึ้นอย่างไร

207 ครั้ง
ยุคใหม่ของ AI: เมื่อเราสามารถมองเห็น "สมอง" และควบคุม "บุคลิกภาพ" ของมันได้

ยุคใหม่ของ AI: เมื่อเราสามารถมองเห็น "สมอง" และควบคุม "บุคลิกภาพ" ของมันได้
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นหัวข้อที่อยู่ในกระแสสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ AI แสดงพฤติกรรมที่คาดเดาไม่ได้ ตัวอย่างเช่น กรณี Bing AI Chatbot ที่เคยสร้างความฮือฮา หลังจากตอบโต้ผู้ใช้ด้วยน้ำเสียงข่มขู่หรือแสดงความรู้สึกในเชิงลบ เหตุการณ์เช่นนี้สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงสำคัญ — เราแทบไม่รู้เลยว่า “เบื้องหลัง” การตัดสินใจของ AI เกิดขึ้นอย่างไร

AI กับปัญหา "กล่องดำ" (Black Box)
แม้ว่าเราจะสามารถฝึก AI ด้วยข้อมูลมหาศาลและปรับพารามิเตอร์หลายพันล้านค่า แต่กระบวนการตัดสินใจของมันกลับไม่โปร่งใส เปรียบเสมือน “กล่องดำ” ที่รับข้อมูลเข้า และให้ผลลัพธ์ออกมาโดยที่เราไม่สามารถมองเห็นขั้นตอนภายในได้ ความไม่โปร่งใสนี้สร้างความท้าทายสำคัญด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะเมื่อข้อมูลฝึกฝนมีอคติ (bias) หรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจซึมซับเข้าไปใน “บุคลิกภาพ” ของ AI และปรากฏออกมาในเวลาที่คาดไม่ถึง

คำตอบใหม่: "Persona Vector"
ทีมนักวิจัยจาก Anthropic และสถาบันวิจัยชั้นนำได้พัฒนาแนวคิดที่เรียกว่า Persona Vector — เครื่องมือที่ช่วยให้เรา “มองเห็น” และ “ตีความ” สภาวะภายในของโมเดล AI ได้แบบเรียลไทม์ แนวคิดนี้คล้ายกับการเปิดสมองของ AI และค้นพบ “ปุ่มควบคุม” สำหรับบุคลิกภาพและพฤติกรรม เช่น:

ปุ่มความก้าวร้าว: เมื่อเปิดใช้งาน AI จะตอบด้วยน้ำเสียงที่รุนแรงมากขึ้น

ปุ่มการสร้างข้อมูลเท็จ: เมื่อทำงาน AI อาจแต่งเรื่องหรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง

ปุ่มความซื่อสัตย์: เมื่อทำงาน AI จะให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด

สิ่งนี้ไม่เพียงทำให้เราตรวจสอบได้ว่า AI “กำลังคิด” แบบใด แต่ยังสามารถคาดการณ์และป้องกันพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง

สองแนวทางหลักในการประยุกต์ใช้
Preventative Steering (การป้องกันล่วงหน้า) – โดย Anthropic
ใช้ Persona Vector เพื่อหักล้างอิทธิพลจากข้อมูลฝึกฝนที่อาจก่อปัญหา ตั้งแต่ช่วงต้นของการฝึกโมเดล วิธีนี้ช่วยให้ AI มีเสถียรภาพมากขึ้น คล้ายกับการพายเรือปรับทิศเล็กน้อยตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อให้แล่นตรงไปข้างหน้าโดยไม่หลงทาง

Rehabilitation (การฟื้นฟูพฤติกรรม) – โดย OpenAI
มุ่งเน้นการแก้ไขโมเดล AI ที่แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ไปแล้ว ด้วยการปรับปรุงให้กลับมาทำงานได้อย่างปลอดภัยและถูกต้อง วิธีนี้เปรียบเสมือนการบำบัดระบบให้กลับมาสู่สภาพที่ควบคุมได้

จุดเปลี่ยนของวงการ AI
การค้นพบ Persona Vector ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนมุมมองต่อ AI จากเดิมที่เป็นเพียง “กล่องดำ” ให้กลายเป็นระบบที่เราสามารถเข้าใจและควบคุมได้อย่างมีเหตุผล ในอนาคต แนวทางนี้อาจเป็นรากฐานสำคัญในการสร้าง AI ที่มี ความโปร่งใส, ความปลอดภัย, และความคาดเดาได้ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ AI ยังคงเป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาว

แบ่งปัน: