คำตอบโดยสรุป
โรงแรมบูติกในไทยสามารถใช้ระบบ AI ของโครงการ AIS-Microsoft AI Ready for SMEs เพื่อให้บริการต้อนรับและแปลภาษาแก่แขกต่างชาติ (จีน รัสเซีย อังกฤษ) ได้ทันทีในเวลากลางคืน ช่วยประหยัดต้นทุนพนักงานได้ถึง 85% และปลอดภัยภายใต้สถาปัตยกรรมคลาวด์ท้องถิ่นที่สอดคล้องตามกฎหมาย PDPA ของไทยอย่างสมบูรณ์
วิธีที่โรงแรมบูติกไทยสามารถใช้โครงการ AIS-Microsoft AI Ready for SMEs
เจาะลึกวิธีใช้เครื่องมือ AI ล่าสุดจากความร่วมมือของ AIS และ Microsoft เพื่อตอบแชทลูกค้าต่างชาติแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องจ้างพนักงานกะดึกเพิ่ม พร้อมดูแลความปลอดภัยข้อมูลตามมาตรฐาน PDPA
iReadCustomer Team
ผู้เขียน
ระบบการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาการสื่อสารติดขัดในช่วงกลางคืน ซึ่งทำให้โรงแรมขนาดเล็กในไทยต้องสูญเสียรายได้จองห้องพักจำนวนมากในแต่ละปี ความล่าช้าในการตอบคำถามนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาถึงในช่วงดึกมักนำไปสู่การยกเลิกการจองหรือการเปลี่ยนใจไปพักที่อื่น การเปิดตัวโครงการร่วมทุนระหว่าง AIS และ Microsoft ในแคมเปญ "AI Ready for SMEs" AIS-Microsoft ได้เข้ามาปลดล็อกปัญหานี้อย่างเป็นทางการ ช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมบูติกเข้าถึงระบบแปลภาษาอัจฉริยะและการบริการลูกค้าอัตโนมัติที่มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
ทำไมการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI จึงเป็นทางรอดจากวิกฤตขาดแคลนพนักงานกะดึก
การสื่อสารที่ล่าช้าในช่วงเวลากลางคืนคือจุดอ่อนที่ทำให้โรงแรมบูติกสูญเสียรายได้เฉลี่ยถึง 35% ของการจองจากต่างประเทศเนื่องจากไม่มีพนักงานสลับกะที่พูดได้หลายภาษา การจ้างพนักงานที่เชี่ยวชาญทั้งภาษาจีน รัสเซีย และอังกฤษมาสแตนด์บายในช่วงเวลาตี 2 ถึงตี 5 เป็นต้นทุนที่สูงเกินกว่าที่โรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักไม่เกิน 50 ห้องจะแบกรับไหว ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันต้องการการตอบสนองที่รวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที หากเกินกว่านั้นพวกเขาก็พร้อมที่จะกดจองโรงแรมคู่แข่งทันที
ต้นทุนแอบแฝงของการไม่ตอบแชทลูกค้าช่วงกลางคืน
- อัตราการยกเลิกการจองสูงขึ้น: แขกที่ต้องการเข้าพักแบบเร่งด่วนมักจะยกเลิกคำขอหากไม่ได้รับการยืนยันห้องว่างภายใน 10 นาที
- คะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ลดลง: ความล่าช้าในการตอบกลับส่งผลโดยตรงต่อคะแนนการบริการบน Booking.com และ Agoda
- ภาระงานของพนักงานกะเช้าที่ล้นมือ: พนักงานต้องตื่นมาเคลียร์ข้อความค้างตอบนับสิบรายการ ทำให้ประสิทธิภาพในการต้อนรับแขกหน้าฟรอนต์ลดลง
- โอกาสการขายบริการเสริมที่สูญเปล่า: การไม่สามารถเสนอขายบริการรับส่งสนามบินหรือบริการอาหารรอบดึกทำให้โรงแรมสูญเสียรายได้เสริมส่วนนี้ไป
ข้อจำกัดของการใช้แรงงานมนุษย์ในโรงแรมขนาดเล็ก
- ค่าจ้างพนักงานสองภาษาช่วงกะดึกที่สูงลิ่ว: อัตราค่าจ้างพนักงานต้อนรับที่มีทักษะภาษาต่างประเทศช่วงกลางคืนสูงกว่าอัตราปกติถึง 1.5 เท่า
- อัตราการลาออกของพนักงานกะดึกที่สูงต่อเนื่อง: สภาพการทำงานที่ต้องตื่นตลอดคืนส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนผ่านพนักงานบ่อยครั้งและทำให้งานบริการไม่ต่อเนื่อง
- ข้อผิดพลาดจากการแปลภาษาด้วยแอปพลิเคชันทั่วไป: การให้พนักงานกะดึกใช้โปรแกรมแปลภาษาฟรีมักส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเงื่อนไขการจองและการเก็บเงิน
รู้จักโครงการ AIS-Microsoft AI Ready for SMEs เครื่องมือเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลสำหรับโรงแรมบูติก
โครงการความร่วมมือล่าสุดระหว่าง AIS และ Microsoft นี้ออกแบบมาเพื่อกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับองค์กรใหญ่ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยในไทย โดยมอบโซลูชันระบบการแปลภาษาและการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าผ่านคลาวด์อัจฉริยะที่มีประสิทธิภาพสูง โรงแรมบูติกสามารถเปิดใช้งานระบบ AI ช่วยเหลือลูกค้าที่ทำงานอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของ Azure ได้โดยตรง ผ่านแพ็กเกจที่คิดราคาสอดคล้องกับขนาดของธุรกิจ ทำให้ไม่ต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์ราคาแพง
How Thai Hotels Use the AIS-Microsoft AI Ready for SMEs Initiative to Solve Staffing Crises
เครื่องมือใหม่นี้ช่วยทลายข้อจำกัดด้านงบประมาณของโรงแรมอิสระด้วยการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง ทำให้การเข้าถึงคลาวด์ระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายความเร็วสูงของ AIS ช่วยให้มั่นใจได้ว่าการรับส่งข้อมูลการจองของแขกจากหน้าเว็บไซค์หรือช่องทางแชทจะไม่มีการสะดุดหรือดีเลย์
ประโยชน์ที่ได้จากชุดเครื่องมือระบบคลาวด์ Azure สำหรับผู้ประกอบการ
- ระบบแปลภาษาอัจฉริยะ Azure Translator: รองรับการแปลภาษาที่ซับซ้อนและสำนวนเฉพาะของวงการท่องเที่ยวได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- อินเทอร์เฟซภาษาไทยที่ใช้งานง่าย: พนักงานต้อนรับของโรงแรมสามารถควบคุมและตรวจสอบการทำงานของ AI ได้อย่างง่ายดายผ่านแดชบอร์ดภาษาไทย
- การเชื่อมต่อระบบจัดการโรงแรม (PMS): รองรับการผสานรวมเข้ากับระบบลงทะเบียนผู้เข้าพักและระบบจัดการห้องพักที่มีอยู่เดิมได้อย่างราบรื่น
- งบประมาณที่ควบคุมได้: ระบบคิดค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นในราคาที่ต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของพนักงานหนึ่งคนเสียอีก
4 ขั้นตอนในการติดตั้งระบบ AI ตอบคำถามลูกค้าหลายภาษาแบบอัตโนมัติ
การเริ่มต้นใช้งานการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI ผ่านแพลตฟอร์ม AIS-Microsoft สามารถทำได้สำเร็จภายในเวลาไม่กี่วันโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- การลงทะเบียนเปิดสิทธิ์ใช้งานระบบกับ AIS: เจ้าหน้าที่ของโรงแรมทำการสมัครเข้าโครงการผ่านพอร์ทัลธุรกิจของ AIS เพื่อขอรับสิทธิ์เข้าถึง Azure OpenAI Service และชุดเครื่องมือแปลภาษาเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยว
- การอัปโหลดฐานข้อมูลคู่มือบริการของโรงแรม: นำส่งไฟล์ข้อมูลรายละเอียดห้องพัก เวลาเช็คอิน-เช็คเอาต์ กฎระเบียบของโรงแรม และเมนูอาหารในรูปแบบไฟล์เอกสาร เพื่อให้ AI เรียนรู้แนวทางการตอบคำถามที่ถูกต้อง
- การเชื่อมต่อช่องทางแชทหลัก: เชื่อมโยงระบบเข้ากับช่องทางสื่อสารยอดนิยม เช่น Line Official Account, WeChat, WhatsApp และระบบแชทของ Booking.com
- การทดสอบระบบและกำหนดขอบเขตคำตอบ: ทำการจำลองสถานการณ์ลูกค้าต่างชาติพิมพ์ถามคำถามในช่วงดึก เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการแปลภาษาและการส่งต่อเคสให้พนักงานมนุษย์ในกรณีที่มีปัญหาฉุกเฉิน
วิธีปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของแขกตามมาตรฐาน PDPA ของไทย
ความปลอดภัยของข้อมูลผู้เข้าพักเป็นสิ่งสำคัญที่สุดตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของประเทศไทย ซึ่งเครื่องมือจากความร่วมมือของ AIS และ Microsoft นี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ข้อมูลเอกสารหนังสือเดินทาง (Passport) และรายละเอียดบัตรเครดิตของแขกจะถูกประมวลผลภายในสภาพแวดล้อมคลาวด์ของ Microsoft ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีการส่งออกไปประมวลผลนอกประเทศ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญเมื่อเทียบกับการใช้บอทสาธารณะทั่วๆ ไป
มาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลแขกผู้เข้าพัก
- การจัดเก็บข้อมูลในประเทศไทย (Local Data Residency): ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดถูกบันทึกและประมวลผลในศูนย์ข้อมูลท้องถิ่นที่ปลอดภัยสูง
- ระบบลบข้อมูลบัตรเครดิตอัตโนมัติ: เมื่อแขกส่งข้อมูลบัตรเครดิตผ่านช่องทางแชท ระบบจะทำการเซนเซอร์ตัวเลขโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการรั่วไหล
- ระบบจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงาน: มีการกำหนดสิทธิ์ให้เฉพาะผู้จัดการโรงแรมเท่านั้นที่สามารถเรียกดูประวัติข้อมูลส่วนตัวของแขกย้อนหลังได้
- บันทึกหลักฐานการยินยอม (Consent Logging): ระบบจะขอความยินยอมจากแขกเป็นภาษาของพวกเขาเองก่อนการเก็บรวบรวมข้อมูลใดๆ เสมอ
ความแตกต่างด้านความปลอดภัยระหว่าง AI เกรดองค์กร กับ บอททั่วไป
| รายละเอียดคุณสมบัติ | บอทสาธารณะทั่วไป | ระบบ Azure บนโครงการ AIS-Microsoft |
|---|---|---|
| การเก็บรักษาความลับข้อมูล | นำข้อมูลแชทไปฝึกฝนโมเดลสาธารณะ | ข้อมูลถูกกักไว้ในคลาวด์ส่วนตัวของโรงแรมเท่านั้น |
| ที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์ประมวลผล | สหรัฐอเมริกาหรือต่างประเทศ | ภายในศูนย์คลาวด์ประเทศไทย |
| การปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA | มีความเสี่ยงสูงจากการตรวจสอบไม่ได้ | สอดคล้องตามมาตรฐานกฎหมายไทย 100% |
| ความปลอดภัยของเอกสารแนบ | ไม่มีการจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์พาสปอร์ต | มีระบบเข้ารหัสไฟล์และทำลายทิ้งหลังการเช็คอิน |
เทคนิคการปรับแต่งเสียงของ AI ให้สะท้อนเอกลักษณ์ความนุ่มนวลแบบไทย
การใช้การดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI ไม่ได้หมายความว่าต้องละทิ้งเสน่ห์ของการบริการแบบไทยอันเป็นจุดเด่นของโรงแรมระดับบูติก คุณสามารถปรับตั้งค่าระดับความเป็นมิตรและรูปแบบภาษาในการตอบกลับของระบบได้ เพื่อให้คำตอบที่ออกมาสะท้อนถึงการต้อนรับที่อบอุ่นและสุภาพ โดยระบบสามารถแปลและสอดแทรกคำลงท้ายที่แสดงความเคารพในภาษาต่างๆ ได้อย่างแนบเนียน
หัวใจสำคัญของการสร้างความประทับใจคือการสอนให้ AI รู้จักการใช้คำทักทายที่สุภาพและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากกว่าแค่การตอบคำถามแบบหุ่นยนต์ไร้อารมณ์ ตัวอย่างเช่น เมื่อแปลเป็นภาษาจีน ระบบจะใช้สำนวนการต้อนรับที่ดูอบอุ่นและใส่ใจเป็นพิเศษ
วิธีการปรับจูนโทนเสียงของระบบ AI ต้อนรับแขก
- การตั้งค่าบุคลิกภาพ (System Prompting): กำหนดบทบาทให้ AI เป็น "ผู้ช่วยส่วนตัวที่เป็นมิตรและเชี่ยวชาญการต้อนรับสไตล์ไทย"
- การสอดแทรกข้อมูลท้องถิ่น: แนะนำแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารสตรีทฟู้ดรอบโรงแรม พร้อมเวลาเปิดปิดที่อัปเดตเป็นเรียลไทม์
- การใช้คำศัพท์เฉพาะของโรงแรม: กำหนดให้ใช้ชื่อห้องพักและชื่อบริการต่างๆ ตามคำจำกัดความอย่างเป็นทางการของรีสอร์ต
- ระบบการเชื่อมต่อพนักงานต้อนรับตัวจริง: หากพบกรณีคำขอพิเศษ เช่น การตกแต่งห้องฮันนีมูน AI จะทำการแจ้งเตือนให้พนักงานจริงเข้ามาดูแลต่อทันที
ข้อดีและข้อเสียของการใช้พนักงานต้อนรับมนุษย์ร่วมกับระบบ AI อัจฉริยะ
การใช้งานระบบเทคโนโลยีควบคู่กับบุคลากรจริงในโรงแรมจะช่วยสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการทำงานและประหยัดต้นทุนได้อย่างยั่งยืน โรงแรมบูติกไม่จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน แต่ควรเปลี่ยนบทบาทของพวกเขาจากการต้องคอยเฝ้าหน้าจอแชทตลอดทั้งคืน ให้มาเน้นการดูแลแขกที่อยู่ตรงหน้าฟรอนต์ในช่วงเวลากลางวันอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้ใช้บริการ
จุดแข็งของการมีระบบไฮบริด (มนุษย์ทำงานร่วมกับ AI)
- การบริการที่ราบรื่นไร้รอยต่อ: แขกได้รับการตอบกลับคำถามพื้นฐานอย่างรวดเร็ว ส่วนเคสที่มีความละเอียดอ่อนจะส่งถึงมือผู้จัดการโดยตรง
- ลดภาวะหมดไฟของพนักงาน: ลดความเครียดของพนักงานฟรอนต์จากการต้องสลับเวลานอนมาดูแลระบบแชทในเวลากลางคืน
- การจัดการข้อมูลที่แม่นยำ: ลดความผิดพลาดในการลงรายละเอียดการจองในระบบของโรงแรมที่มักเกิดจากพนักงานพิมพ์ข้อมูลตกหล่น
- เพิ่มเวลาในการดูแลแขกในโรงแรม: พนักงานมีเวลาว่างไปโฟกัสกับการบริการลูกค้าที่เข้าพักจริงในโรงแรมมากขึ้น
ข้อควรระวังและวิธีแก้ไขสำหรับการจัดการระบบไฮบริด
- ความสับสนในขอบเขตหน้าที่: ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเรื่องใดที่ AI สามารถตัดสินใจได้เอง (เช่น การตอบราคาห้องว่าง) และเรื่องใดที่ต้องให้มนุษย์ตัดสินใจเท่านั้น (เช่น การคืนเงินค่าห้องพัก)
- การฝึกอบรมพนักงานต้อนรับ: พนักงานทุกคนต้องเข้าใจวิธีเข้าควบคุมระบบการแชทเมื่อ AI เกิดการส่งต่อกรณีที่ยากเกินขอบเขตข้อมูล
ลดความสูญเสียด้านรายได้จากการตอบแชทล่าช้าด้วยระบบอัตโนมัติรอบดึก
การปล่อยให้อินบ็อกซ์เงียบเหงาในช่วงกลางคืนคือการเปิดโอกาสให้เงินรั่วไหลออกจากธุรกิจโรงแรมของคุณโดยไม่รู้ตัว ทุกๆ ข้อความที่ไม่มีการตอบกลับภายใน 15 นาทีในช่วงดึก มีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นการปฏิเสธการจอง และแขกจะหันไปเลือกโรงแรมขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มีระบบพนักงานต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง การนำเอาระบบ AI เข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ทำให้โรงแรมบูติกขนาดเล็กสามารถแข่งขันกับโรงแรม 5 ดาวได้อย่างเท่าเทียมกัน
ผลลัพธ์จากการเปิดใช้งานระบบตอบกลับอัตโนมัติในทันทีช่วยเพิ่มอัตราการปิดการจองในช่วงเวลากลางคืนได้มากถึง 40% นอกจากนี้ยังช่วยลดอัตราการกดคะแนนลบจากแขกต่างชาติที่รู้สึกหงุดหงิดเวลาส่งข้อความเข้ามาถามเรื่องทิศทางหรือการเช็คอินล่าช้าแล้วไม่มีการตอบรับจากทางที่พัก
สัญญาณที่บ่งบอกว่าโรงแรมของคุณต้องรีบติดตั้งระบบอัตโนมัติ
- มีข้อความค้างตอบในช่วงตี 1 ถึงตี 5 เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน
- อัตราส่วนลูกค้าต่างชาติที่จองตรงลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการจองผ่านแพลตฟอร์มเอเจนซี
- พบข้อร้องเรียนเรื่องการตอบคำถามล่าช้าในรีวิวบนหน้า Tripadvisor
- พนักงานต้อนรับแสดงความเหนื่อยล้าสะสมจากการจัดสรรกะทำงานที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ
ก้าวแรกในการเริ่มต้นใช้งานการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI ในสัปดาห์นี้
การนำเอาระบบการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติกด้วย AI มาปรับใช้ไม่ใช่เรื่องของอนาคตอันไกลอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่ต้องทำทันทีในเดือนนี้เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างหนาแน่น ความร่วมมือระหว่าง AIS และ Microsoft ภายใต้โครงการ "AI Ready for SMEs" ได้สร้างสะพานเชื่อมให้โรงแรมอิสระสามารถยืนหยัดและเติบโตได้ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันที่รุนแรง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องงบประมาณหรือความซับซ้อนในการเขียนโปรแกรม
การเริ่มต้นเปลี่ยนผ่านในวันนี้ทำได้ง่ายๆ เพียงติดต่อประสานงานกับตัวแทนฝ่ายขายสำหรับองค์กรของ AIS เพื่อทำการประเมินขนาดและระบบที่โรงแรมของคุณใช้อยู่เดิม จากนั้นจึงทำการติดตั้งชุดเครื่องมือ Azure OpenAI และเริ่มทดสอบระบบแปลภาษาอัตโนมัติร่วมกับพนักงานของคุณ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ โรงแรมบูติกของคุณจะพร้อมต้อนรับและตอบคำถามแขกชาวต่างชาติจากทุกมุมโลกได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างแน่นอน มอบความสบายใจและสร้างผลกำไรให้ธุรกิจโรงแรมของคุณอย่างมั่นคงยาวนาน
คำถามที่พบบ่อย
โครงการ AIS-Microsoft AI Ready for SMEs คืออะไร?
คือโครงการความร่วมมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมในไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI และระบบคลาวด์ระดับองค์กรของ Microsoft Azure ผ่านโครงข่ายความเร็วสูงของ AIS ในราคาที่เหมาะสมกับขนาดธุรกิจเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบบริการสู่ดิจิทัล
การใช้ AI ช่วยตอบแชทลูกค้าต่างชาติมีความปลอดภัยตามกฎหมาย PDPA หรือไม่?
ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์แบบ เนื่องจากเครื่องมือของ Microsoft Azure ภายใต้โครงการนี้จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ส่งไปประมวลผลนอกประเทศ และไม่มีการนำข้อมูลลูกค้าไปใช้เทรนโมเดลสาธารณะ
AI ของระบบนี้สามารถแปลภาษาอะไรได้บ้างในการดูแลลูกค้าโรงแรมบูติก?
ระบบรองรับการแปลภาษาหลักสำหรับการท่องเที่ยวไทยมากกว่า 3 ภาษาหลัก ได้แก่ จีน รัสเซีย และอังกฤษ ตลอดจนภาษาอื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำตามคำศัพท์เฉพาะของธุรกิจบริการ
โรงแรมขนาดเล็กที่มีห้องพักน้อยจำเป็นต้องใช้ระบบนี้หรือไม่?
จำเป็นมาก เนื่องจากโรงแรมขนาดเล็กไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจ้างพนักงานกะดึกที่พูดได้หลายภาษา การใช้ระบบ AI อัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการข้อความแชทช่วงกลางคืนจึงเป็นทางรอดที่ช่วยลดต้นทุนและป้องกันปัญหาแชทหลุดมือ
ขั้นตอนการเริ่มติดตั้งระบบต้อนรับลูกค้าด้วย AI ต้องทำอย่างไรบ้าง?
เริ่มต้นจากการสมัครสิทธิ์ผ่านพอร์ทัลธุรกิจของ AIS เพื่อเปิดใช้บริการคลาวด์ Azure จากนั้นทำการเตรียมคู่มือข้อมูลการจองของโรงแรม นำไปเชื่อมเข้ากับช่องทางแชทของโรงแรม และตั้งค่าระบบการแจ้งเตือนพนักงานเมื่อมีเรื่องด่วน