ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำตอบโดยสรุป

การเชื่อมต่อระบบข้อมูลการบินเข้ากับ PMS ช่วยให้โรงแรมบูติกจัดคิวทำความสะอาดห้องพักตามเวลาแลนดิงจริงของแขกได้โดยอัตโนมัติ ช่วยลดเวลารอเช็กอินของกลุ่มเที่ยวบินดีเลย์ได้ถึง 78% และลดค่าล่วงเวลาพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กลับไปหน้าบล็อก
|7 สิงหาคม 2026

รีสอร์ตภูเก็ตแก้ปัญหารอเช็กอินนาน: Rawai Boutique ลดเวลารอ 78% ด้วย flight tracker api hotel pms

เผยเคสศึกษาจริงจากรีสอร์ตหรูย่านราไวย์ที่ผสานระบบข้อมูลการบินเข้ากับ PMS เพื่อจัดคิวทำความสะอาดห้องพักแบบเรียลไทม์ ลดปัญหาแขกยืนรอเช็กอินนานถึง 78% และประหยัดค่าแรงพนักงานได้อย่างมีนัยสำคัญ

i

iReadCustomer Team

ผู้เขียน

a glowing vintage airport split-flap display board next to a modern hotel concierge bell on a polished mahogany desk

การเชื่อมต่อระบบ flight tracker api hotel pms คือทางออกที่ดีที่สุดในการขจัดปัญหาคอขวดบริเวณเคาน์เตอร์ต้อนรับส่วนหน้าและช่วยจัดระเบียบตารางงานของแผนกแม่บ้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของการท่องเที่ยวในภูเก็ต รีสอร์ตบูติกแห่งหนึ่งในย่านราไวย์ (Rawai) สามารถลดเวลารอเช็กอินล่วงเวลาของแขกกลุ่มที่เดินทางมาถึงล่าช้าได้ถึง 78% พร้อมทั้งลดค่าล่วงเวลาของพนักงานต้อนรับได้อย่างยั่งยืน ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการปรับปรุงกระบวนการจัดลำดับความสำคัญของห้องพักโดยอาศัยข้อมูลสถานะเที่ยวบินแบบเรียลไทม์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบบริหารจัดการโรงแรมโดยตรง

เที่ยวบินดีเลย์แบบไม่แจ้งล่วงหน้าส่งผลเสียต่อการเงินของรีสอร์ตภูเก็ตอย่างไร

การที่เที่ยวบินดีเลย์โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้าทำให้แผนผังการทำงานของโรงแรมเสียหายและสูญเสียค่าใช้จ่ายด้านแรงงานโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อเที่ยวบินจากยุโรปหรือจีนมาล่าช้ากว่ากำหนด 3-4 ชั่วโมง พนักงานต้อนรับส่วนหน้าจำเป็นต้องอยู่เวรล่วงเวลาเพื่อรอต้อนรับแขก ขณะที่แผนกแม่บ้านก็ต้องทำความสะอาดห้องพักทิ้งไว้โดยไม่มีผู้เข้าพัก ส่งผลให้ทรัพยากรบุคคลทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพตามจริง

ต้นทุนค่าล่วงเวลาของพนักงานส่วนหน้าที่เพิ่มขึ้น

พนักงานต้อนรับส่วนหน้ามักต้องทำงานเกินเวลาเพื่อรองรับแขกที่ล่าช้าจากตารางบินที่คลาดเคลื่อน

  • ค่าล่วงเวลาพนักงานกะดึก ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35% ต่อคืนในช่วงไฮซีซัน
  • อัตราความเหนื่อยล้าของบุคลากร ที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน
  • ความผิดพลาดในการบันทึกข้อมูล ช่วงกลางคืนเนื่องจากความอ่อนล้าของพนักงาน
  • การจัดกะทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่สามารถคาดการณ์เวลาที่แน่นอนของแขกได้

เวลาว่างที่สูญเปล่าของพนักงานแม่บ้าน

แผนกแม่บ้านเสียเวลาทำความสะอาดห้องพักให้กับแขกที่เลื่อนเวลาเดินทางออกไป แทนที่จะรีบไปจัดการห้องของแขกที่มาก่อนกำหนด

  • ห้องพักทำความสะอาดเสร็จแล้วถูกปล่อยว่างไว้นานกว่า 4 ชั่วโมง โดยไม่มีผู้เข้าพักจริง
  • พนักงานแม่บ้านว่างงาน ในบางช่วงเวลาของวันเพราะไม่สามารถปรับคิวงานตามจริงได้
  • การสูญเสียโอกาสในการให้บริการ แขกกลุ่มที่เดินทางมาถึงก่อนเวลาจริง
  • การใช้พลังงานในห้องพักฟรี จากการเปิดเครื่องปรับอากาศทิ้งไว้เพื่อรอแขกที่มาดีเลย์

การเชื่อมต่อระบบ flight tracker api hotel pms…
การเชื่อมต่อระบบ flight tracker api hotel pms…

มูลค่าความเสียหายที่แท้จริงจากการบริการเช็กอินที่ล่าช้า

ความเสียหายของการปล่อยให้แขกที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางต้องมายืนรอห้องพักที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับยาวนานส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และคะแนนรีวิวของรีสอร์ตอย่างมาก ในยุคที่โซเชียลมีเดียมีผลต่อการตัดสินใจเลือกจองห้องพัก การบริการที่ล่าช้าเพียงครั้งเดียวอาจแปลว่าคะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์มออนไลน์จะลดลงทันที ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง

จุดวิกฤตของความพึงพอใจในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

ช่วงไฮซีซันเป็นช่วงที่รีสอร์ตบูติกในภูเก็ตต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการจัดการเวลาทำความสะอาดห้องพักมากที่สุด

  • อัตราการหมุนเวียนห้องพักที่ตึงตัว มีเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมงระหว่างการเช็กเอาต์และเช็กอิน
  • ความกดดันบริเวณล็อบบี้ เมื่อแขกเช็กเอาต์ช้าและแขกใหม่เดินทางมาถึงพร้อมกัน
  • ความล่าช้าในการเคลียร์ห้องพัก สำหรับห้องสวีทและพูลวิลล่าที่มีรายละเอียดเยอะ
  • การสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ระหว่างฝ่ายต้อนรับและหัวหน้าแผนกแม่บ้าน

ผลกระทบระยะยาวต่อความภักดีในแบรนด์

แขกที่เดินทางไกลต้องการประสบการณ์การเข้าพักที่ราบรื่นและไม่ต้องรอคอยอย่างไร้จุดหมาย

  • คะแนนรีวิวในเว็บไซต์ท่องเที่ยวลดลง ส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของแขกในอนาคต
  • โอกาสในการอัปเกรดห้องพักลดลง เพราะพนักงานส่วนหน้าต้องเร่งรีบเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้า
  • การสูญเสียยอดจองซ้ำ จากกลุ่มลูกค้าองค์กรและนักท่องเที่ยวระดับบน
  • การพูดต่อในแง่ลบ บนกลุ่มสังคมออนไลน์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

กลไกการเชื่อมโยงระบบติดตามสถานะเที่ยวบินเข้ากับ PMS ของโรงแรม

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการทำให้ระบบบริหารจัดการโรงแรมสามารถพูดคุยกับระบบการบินสากลได้โดยอัตโนมัติ การผสานการทำงานของ flight tracker api hotel pms จะเริ่มต้นจากการขอข้อมูลเที่ยวบินของแขกในขั้นตอนการจองห้องพัก จากนั้นระบบหลังบ้านจะนำรหัสเที่ยวบินนั้นไปผูกไว้กับข้อมูลการจองในระบบเพื่อคอยดึงข้อมูลจากสายการบินอย่างต่อเนื่อง

การรวบรวมข้อมูลสถานะการบินตั้งแต่ขั้นตอนจองห้องพัก

ข้อมูลเที่ยวบินจะถูกบันทึกเข้าระบบทันทีเพื่อเป็นตัวจุดชนวนให้ระบบตรวจสอบทำงาน

  • ฟิลด์บังคับกรอกรหัสเที่ยวบิน บนหน้าเว็บไซต์จองตรงของรีสอร์ต
  • ระบบตรวจสอบความถูกต้องของรหัสเที่ยวบิน อัตโนมัติเพื่อป้องกันการสะกดผิด
  • การซิงก์ข้อมูลจากระบบผู้ให้บริการภายนอก เช่น OTA เข้าสู่ระบบหลังบ้านโดยอัตโนมัติ
  • การส่งอีเมลเตือนแบบอัตโนมัติ เพื่อขอข้อมูลเที่ยวบินล่วงหน้า 3 วันก่อนเข้าพัก

การเปลี่ยนข้อมูลสถานะเที่ยวบินเป็นคำสั่งควบคุมระบบห้องพัก

ระบบจะคอยส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังแผนกทำความสะอาดเมื่อพบความคลาดเคลื่อนของเวลาจอดจริงของสายการบิน

  • เว็บฮุก (Webhooks) คอยแจ้งเตือนทันที เมื่อสถานะเที่ยวบินเปลี่ยนเป็นล่าช้าหรือเร็วกว่ากำหนด
  • การคำนวณเวลาเดินทางจากสนามบินภูเก็ตมายังราไวย์ โดยบวกเวลาการจราจรแบบเรียลไทม์
  • การสร้างคำสั่งแจ้งเตือนบนหน้าจอของแผนกแม่บ้าน เพื่อจัดคิวงานใหม่โดยไม่ต้องใช้คนประสานงาน
  • ระบบวิเคราะห์ผลกระทบ เพื่อแนะนำแนวทางการสลับห้องพักให้อย่างชาญฉลาด

ลำดับขั้นตอนการทำงานของการจัดลำดับความสะอาดห้องพักอัตโนมัติ

การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานทำความสะอาดห้องพักโดยอิงจากข้อมูลเที่ยวบินจริงช่วยให้หัวหน้าแผนกแม่บ้านสามารถใช้ทรัพยากรบุคคลได้อย่างชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุด โดยระบบจะดำเนินกระบวนการจัดเรียงลำดับความสำคัญของห้องพักโดยอัตโนมัติตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ระบบซิงก์ข้อมูลเที่ยวบิน: แพลตฟอร์มจะดึงข้อมูลเวลาแลนดิงจริงของเที่ยวบินที่ผูกกับบุ๊กกิ้งของแขกทุกชั่วโมง
  2. ประเมินสถานการณ์ล่าช้า: หากเที่ยวบินของแขกห้อง 302 ดีเลย์ไป 180 นาที ระบบจะลดระดับความสำคัญของห้องนี้ลงไปท้ายคิวทันที
  3. ดันยอดจองเช็กอินเช้าขึ้นมา: ในทางกลับกัน หากแขกห้อง 405 กำลังเดินทางมาถึงเร็วกว่ากำหนด ระบบจะเลื่อนคิวทำความสะอาดห้องนี้ขึ้นมาเป็นอันดับแรก
  4. ส่งงานตรงเข้าสมาร์ทโฟนแม่บ้าน: พนักงานแม่บ้านแต่ละคนจะได้รับอัปเดตงานทำความสะอาดใหม่บนแอปพลิเคชันมือถือของตนเองแบบทันเวลา
  5. แจ้งสถานะห้องพร้อมใช้: เมื่อทำความสะอาดเสร็จ พนักงานกดปิดงานในระบบ ระบบจะอัปเดตสถานะในระบบจองพร้อมต้อนรับแขกทันที

อัตราความเหนื่อยล้าของบุคลากร
อัตราความเหนื่อยล้าของบุคลากร

การเปรียบเทียบระหว่างรีสอร์ตที่ใช้และไม่ใช้การผสานระบบติดตามเที่ยวบิน

ความแตกต่างของการดำเนินงานระหว่างระบบแมนนวลแบบเก่าและการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติสามารถวัดผลได้อย่างชัดเจนผ่านตัวเลขต้นทุนและประสิทธิภาพการทำงาน ตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ระบบช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายของรีสอร์ตที่ราไวย์ได้อย่างไร

ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ (KPI)การดำเนินงานแบบเดิม (Manual)การเชื่อมต่อระบบ Flight Tracker API + PMSผลลัพธ์เชิงบวก
เวลารอเช็กอินเฉลี่ยของแขกที่มาดีเลย์45 นาที10 นาทีลดลง 78%
เวลาที่พนักงานแม่บ้านทำงานอย่างไร้เป้าหมาย2.5 ชั่วโมงต่อวัน15 นาทีต่อวันปรับปรุงประสิทธิภาพได้ 90%
ค่าล่วงเวลาสะสมของแผนกต้อนรับ18,000 บาทต่อเดือน4,200 บาทต่อเดือนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 76%
อัตราความพึงพอใจของแขกต่อการต้อนรับ4.1 / 5 คะแนน4.8 / 5 คะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เหตุผลที่รีสอร์ตบูติกในย่านราไวย์ต้องเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของภูเก็ต

การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดท่องเที่ยวระดับหรูของภูเก็ตทำให้รีสอร์ตขนาดกลางและขนาดเล็กไม่สามารถพึ่งพาวิธีการทำงานแบบเดิมได้อีกต่อไป รีสอร์ตบูติกในย่านราไวย์ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะและห่างไกลจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต จำเป็นต้องบริหารจัดการประสบการณ์ของแขกตั้งแต่ก้าวแรกที่เท้าสัมผัสพื้นรันเวย์ เพื่อชดเชยกับระยะเวลาเดินทางบนท้องถนนกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ข้อได้เปรียบด้านการจองห้องพักโดยตรง

การนำเสนอบริการที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดลูกค้าให้หันมาจองตรงผ่านเว็บไซต์ของรีสอร์ต

  • สร้างประสบการณ์สุดพิเศษที่หาไม่ได้จาก OTA ด้วยการเตรียมพร้อมต้อนรับตามเวลาจริง
  • ลดค่าคอมมิชชันที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มอื่น นำงบประมาณมาลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีหลังบ้าน
  • สะสมฐานข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า เพื่อนำไปใช้วางกลยุทธ์การตลาดในฤดูกาลถัดไป
  • ความสามารถในการเสนอแพ็กเกจพิเศษ เช่น รถรับส่งจากสนามบินที่ปรับเวลาตามจริงโดยอัตโนมัติ

การก้าวข้ามขีดจำกัดทางโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่

เทคโนโลยีคลาวด์ช่วยให้รีสอร์ตขนาดเล็กสามารถจัดการระบบที่ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องมีแผนกไอทีขนาดใหญ่

  • การเข้าถึงซอฟต์แวร์ระดับโลกได้ง่ายขึ้น ผ่านรูปแบบการจ่ายค่าบริการรายเดือน
  • การลดภาระการบำรุงรักษาเซิร์ฟเวอร์ ด้วยการหันไปใช้ระบบคลาวด์แบบเต็มรูปแบบ
  • การเชื่อมต่อที่รวดเร็วและปลอดภัย ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในภูเก็ต
  • การลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ด้วยระบบสำรองข้อมูลบนคลาวด์ที่ปลอดภัย

ข้อผิดพลาดที่ควรระวังในการติดตั้งระบบอัตโนมัติของโรงแรม

แม้ว่าประโยชน์ของระบบจะชัดเจน แต่การติดตั้งที่ไม่มีการวางแผนและการเตรียมพร้อมพนักงานที่ดีอาจนำไปสู่ความล้มเหลวในการใช้งานจริงได้ ผู้บริหารโรงแรมจำเป็นต้องเข้าใจถึงอุปสรรคทางเทคนิคและพฤติกรรมของบุคลากร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ล่วงหน้าก่อนเริ่มกระบวนการบูรณาการระบบ

การพึ่งพาการป้อนข้อมูลด้วยมือจากพนักงานต้อนรับ

หากพนักงานยังต้องนำรหัสเที่ยวบินมาพิมพ์ใส่ระบบเอง โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดย่อมสูงมาก

  • การคีย์ข้อมูลผิดพลาดหนึ่งตัวอักษร ส่งผลให้ระบบไม่สามารถจับคู่ข้อมูลสถานะบินได้
  • ความล่าช้าในการอัปเดตข้อมูลเข้าระบบ ทำให้แผนกแม่บ้านไม่ได้ข้อมูลที่สดใหม่
  • การเพิ่มภาระงานให้กับพนักงานต้อนรับ แทนที่จะช่วยประหยัดเวลาการทำงาน
  • การปฏิเสธการใช้งานระบบใหม่ จากพนักงานเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก

การรับมือที่ไม่ดีกับความล้มเหลวของสัญญาณเว็บฮุก

ระบบจำเป็นต้องมีแผนสำรองเมื่อไม่สามารถดึงข้อมูลจากสายการบินได้เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคภายนอก

  • ระบบขาดการเชื่อมต่อชั่วคราว ในช่วงที่สภาพอากาศเลวร้ายในบางพื้นที่
  • ไม่มีการแจ้งเตือนพนักงานเมื่อสัญญาณล่ม ทำให้ทีมงานยังคงเข้าใจว่าเที่ยวบินตรงเวลา
  • ข้อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลของสายการบินต้นทุนต่ำ บางแห่งที่ไม่เปิดเผยข้อมูลเรียลไทม์
  • การขาดนโยบายการตรวจสอบแบบแมนนวล ในช่วงเวลาฉุกเฉินหรือระบบปิดปรับปรุง

แนวทางการเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีจัดคิวห้องพักอัจฉริยะสำหรับเจ้าของโรงแรม

การเปลี่ยนผ่านจากระบบแมนนวลไปสู่ระบบอัจฉริยะสามารถเริ่มต้นได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการรื้อระบบบริหารจัดการเดิมทั้งหมด หากต้องการประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับรีสอร์ตที่ราไวย์ คุณควรร่วมมือกับฝ่ายเทคโนโลยีและทีมปฏิบัติการเพื่อเริ่มต้นดำเนินการตามแผนงาน 4 ขั้นตอนต่อไปนี้

  • ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบความสามารถของระบบ PMS ปัจจุบันของคุณ ตรวจเช็กว่าระบบบริหารจัดการห้องพักที่ใช้อยู่นั้นรองรับการเชื่อมต่อผ่าน API ภายนอกหรือไม่ หรือจำเป็นต้องอัปเกรดระบบก่อน หากคุณกำลังมองหาระบบใหม่ สามารถศึกษาแนวทางได้ที่ The 5-Step Legacy PMS Migration Blueprint for Independent Thai Boutique Hotels เพื่อเตรียมความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานไอที
  • ขั้นตอนที่ 2: เลือกผู้ให้บริการ API สถานะการบินที่มีความน่าเชื่อถือ คัดเลือกผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความเสถียรและเชื่อมโยงข้อมูลสนามบินในไทยได้อย่างครอบคลุม
  • ขั้นตอนที่ 3: ฝึกอบรมทีมแม่บ้านและทีมต้อนรับส่วนหน้าอย่างจริงจัง สร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านการทำงานและการปฏิบัติตามคิวงานที่ระบุในแอปพลิเคชันมือถือ
  • ขั้นตอนที่ 4: เริ่มต้นทดสอบใช้งานจริงกับกลุ่มห้องพักเป้าหมาย เลือกทดลองระบบกับห้องพักบางประเภทก่อนขยายผลไปยังทุกห้อง เพื่อตรวจสอบว่าระบบเว็บฮุกทำงานร่วมกับขั้นตอนจัดลำดับคิวได้ดีไร้รอยต่อ

อนาคตของการจัดการโรงแรมแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในภูเก็ต

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะตัดสินว่าใครจะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในตลาดบริการยุคใหม่ การสร้างประสบการณ์เข้าพักที่เหนือระดับด้วยการเชื่อมโยงระบบ flight tracker api hotel pms จะช่วยให้รีสอร์ตขนาดกลางและขนาดเล็กในท้องถิ่นสามารถแข่งขันกับเชนโรงแรมระดับโลกได้อย่างสูสี การบริหารงานที่ลดการสูญเสียของเวลาและการทำงานของพนักงานจะสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจที่ยั่งยืน และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตให้ก้าวสู่ระดับสากลอย่างแท้จริงในระยะยาว และสำหรับรีสอร์ตที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้นหลังแก้ปัญหาเช็กอินล่าช้าได้แล้ว การเปลี่ยนมาใช้ระบบเข้าห้องแบบไร้กุญแจก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความ Why Thai Boutique Hotels Are Shifting to Automated Keyless Check-In Systems in 2026 เพื่อต่อยอดความสำเร็จด้านนวัตกรรมอย่างครบวงจร

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ระบบเชื่อมโยงข้อมูลการบินเข้ากับ PMS คืออะไร?

คือการผสานข้อมูลเวลาบินจริงของสายการบินต่าง ๆ เข้ากับระบบบริหารจัดการโรงแรม (PMS) ผ่านช่องทางเชื่อมต่อ API เพื่อให้ระบบทำการอัปเดตและแจ้งเตือนสถานะการเดินทางของแขกแบบเรียลไทม์ ทำให้ทุกแผนกทราบล่วงหน้าว่าแขกจะมาถึงล่าช้าหรือเร็วกว่ากำหนด

เพราะเหตุใดโรงแรมจึงควรเชื่อมต่อ Flight Tracker API?

เพราะระบบนี้ช่วยกำจัดปัญหาการยืนรอห้องพักของแขกและลดเวลาการทำงานเปล่าประโยชน์ของแม่บ้าน โดยระบบจะเลื่อนคิวห้องพักของแขกที่บินดีเลย์ไปไว้ท้ายตาราง และเร่งทำห้องให้แขกที่มาเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ

กระบวนการจัดลำดับห้องพักแบบใหม่นี้ทำงานอย่างไร?

ระบบจะดึงรหัสเที่ยวบินที่ผูกกับใบจองมาตรวจสอบ หากสถานะบินเกิดดีเลย์ ระบบจะส่งสัญญาณปรับปรุงคิวงานทำความสะอาดห้องนั้นลงไปท้ายสุด พร้อมทั้งส่งคำสั่งเข้ามือถือของพนักงานแม่บ้านให้สลับไปเคลียร์ห้องอื่นที่แขกกำลังเดินทางมาถึงก่อน

เทคโนโลยีนี้ช่วยลดต้นทุนของโรงแรมได้อย่างไรบ้าง?

ช่วยลดค่าล่วงเวลาสะสมของพนักงานต้อนรับส่วนหน้าที่ต้องอยู่รอรับเช็กอินดึก ๆ เฉลี่ย 76% และลดเวลาว่างงานของพนักงานแม่บ้านลงได้มากกว่า 90% ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานในแต่ละวันคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

หากระบบอินเทอร์เน็ตล่มหรือดึงข้อมูลไม่ได้ ระบบจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร?

ระบบอัจฉริยะจะมีโปรโตคอลสำรองเพื่อตรวจสอบตัวเอง หากตรวจพบค้นหาข้อมูลจาก API ไม่พบ ระบบจะทำการแจ้งเตือนพนักงานผ่านแดชบอร์ดเพื่อให้พนักงานส่วนหน้าทำการตรวจสอบสถานะเที่ยวบินด้วยตนเองชั่วคราวได้ทันที