ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำตอบโดยสรุป

รายงาน thailand digital transformation survey 2025 ของดีลอยต์ระบุว่าธุรกิจไทยเปลี่ยนจากไอทีตื่นตูมสู่กลยุทธ์เฉพาะตัวเพื่อทำเงิน โดยเอาชนะการขาดแคลนคนและงบด้วยซอฟต์แวร์คลาวด์สำเร็จรูปและการพัฒนาพนักงานในสปีดที่ไวขึ้น

กลับไปหน้าบล็อก
|2 มิถุนายน 2026

ถอดรหัสความอยู่รอดธุรกิจไทย เจาะลึก thailand digital transformation survey 2025

เจาะลึกรายงานการทรานส์ฟอร์มล่าสุดของดีลอยต์ ประเทศไทย เมื่อธุรกิจเปลี่ยนผ่านจากการลงทุนแบบตื่นตระหนกสู่กลยุทธ์สร้างรายได้จริง พร้อมแนวทางรับมือการขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ

i

iReadCustomer Team

ผู้เขียน

ถอดรหัสความอยู่รอดธุรกิจไทย เจาะลึก thailand digital transformation survey 2025

รายงานผลสำรวจ thailand digital transformation survey 2025 โดย ดีลอยต์ (Deloitte) ชี้ให้เห็นว่าภาคธุรกิจไทยกำลังก้าวผ่านยุคการซื้อเทคโนโลยีด้วยความตื่นตระหนกไปสู่การลงทุนที่ชาญฉลาดและเน้นผลลัพธ์เชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรจากระบบดั้งเดิมไปสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ยุคแห่งการเลือกสรร: ทำไมการลงทุนเทคโนโลยีแบบตื่นตระหนกจึงสิ้นสุดลง

การตัดสินใจซื้อเทคโนโลยีอย่างไร้ทิศทางเพื่อความอยู่รอดในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา ได้ถูกแทนที่ด้วยการประเมินความคุ้มค่าและการเลือกสรรระบบอย่างรอบคอบของผู้นำองค์กรไทยในปัจจุบัน ธุรกิจส่วนใหญ่เริ่มตระหนักว่าการสะสมซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกันรังแต่จะสร้างภาระด้านงบประมาณและทรัพยากรบุคคลโดยไม่เกิดประโยชน์จริง

ผู้บริหารไทยในปัจจุบันหันมาจัดลำดับความสำคัญของเทคโนโลยีที่สามารถผสานรวมกับสถาปัตยกรรมเดิมขององค์กรได้อย่างราบรื่นเพื่อลดความซับซ้อน รายงานจากดีลอยต์ชี้ว่าการปรับระบบเทคโนโลยีให้เรียบง่ายขึ้นช่วยให้องค์กรควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน

  • การทำแผนตรวจสอบซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่ทุกไตรมาสเพื่อลดระบบซ้ำซ้อน
  • การเลือกใช้ระบบคลาวด์แบบเปิดที่รองรับการเชื่อมต่อข้ามแพลตฟอร์ม
  • การกำหนดเกณฑ์ผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนการอนุมัติงบประมาณซื้อซอฟต์แวร์ใหม่
  • การยกเลิกเครื่องมือระบบแบบแยกส่วนที่สร้างปัญหาข้อมูลติดขัดระหว่างแผนก
  • การย้ายระบบจัดเก็บข้อมูลจากตู้เซิร์ฟเวอร์ในสำนักงานไปสู่ระบบคลาวด์ไฮบริดที่มีความปลอดภัยสูง

ปัญหาตกค้างจากการเร่งรีบซื้อระบบในช่วงวิกฤต

การจัดซื้อซอฟต์แวร์อย่างเร่งรีบในอดีตสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลที่แยกจากกันจนทำให้แผนกต่างๆ ไม่สามารถแบ่งปันข้อมูลลูกค้ากันได้

  • การใช้ระบบประชุมทางไกลหลากหลายค่ายจนทำให้สับสนและสิ้นเปลืองค่าลิขสิทธิ์
  • การเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ในสเปรดชีตแยกส่วนจนไม่สามารถนำมาวิเคราะห์ร่วมกันได้
  • ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ต้นทุนค่าเช่าซอฟต์แวร์รายเดือนที่เพิ่มสูงขึ้นโดยไม่ได้ประเมินอัตราการใช้งานจริง

ทิศทางใหม่สู่การลงทุนที่เน้นผลลัพธ์ระยะยาว

องค์กรธุรกิจไทยกำลังมุ่งเน้นการสร้างสถาปัตยกรรมข้อมูลเดียวที่ช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพรวมธุรกิจตรงกันเพื่อเพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ

การก้าวข้ามการลดต้นทุน: สร้างโมเดลรายใหม่จากนวัตกรรมดิจิทัล

การใช้เทคโนโลยีเพื่อจุดประสงค์เพียงแค่การลดต้นทุนและการดำเนินงานหลังบ้านนั้นมีขีดจำกัด และไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่ยั่งยืนได้ องค์กรที่มีความพร้อมด้านดิจิทัลสูงในประเทศไทยกำลังย้ายโฟกัสจากการประหยัดเงินในกระดาษไปสู่การสร้างผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายใหม่ๆ เพื่อเข้าถึงหัวใจของลูกค้าโดยตรง

การเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างรายได้จากช่องทางดิจิทัลช่วยให้ธุรกิจแบบดั้งเดิมสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างไร้ขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์ การใช้ช่องทางออนไลน์ที่ผสานกับระบบวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าช่วยให้สามารถเสนอขายสินค้าได้ตรงใจและเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อผู้ใช้บริการได้

  • การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับลูกค้าเพื่อสั่งซื้อสินค้าและบริการด้วยตนเอง
  • การเปลี่ยนรูปแบบการขายสินค้าชิ้นเดียวไปสู่ระบบสมาชิกรายเดือน
  • การสร้างพอร์ตฟอลิโอผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชันใหม่
  • การนำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาบริการเสริมที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเดิม
  • การใช้ระบบสะสมคะแนนออนไลน์เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำและสร้างความภักดีต่อแบรนด์

จากศูนย์รวมค่าใช้จ่ายสู่กลไกขับเคลื่อนการเติบโต

ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้คอยซ่อมแซมระบบมาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ร่วมออกแบบผลิตภัณฑ์สร้างรายได้

  • การเปลี่ยนงบประมาณไอทีจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานไปเป็นเงินลงทุนเพื่อการเติบโต
  • การจัดตั้งทีมพัฒนาร่วมระหว่างวิศวกรซอฟต์แวร์และฝ่ายการตลาดเพื่อเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่
  • การทดสอบระบบต้นแบบกับกลุ่มลูกค้าจริงอย่างรวดเร็วแทนการเก็บข้อมูลในห้องวิจัย
  • การเปลี่ยนวิธีการวัดผลงานไอทีด้วยยอดขายและอัตราการรักษาฐานลูกค้า

การสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเป็นแกนกลางธุรกิจ

การสร้างระบบนิเวศของตนเองช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มตัวกลางและช่วยให้ธุรกิจสามารถครอบครองข้อมูลลูกค้าที่แท้จริงได้

วิธีฝ่าวิกฤตการขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณจำกัดของธุรกิจไทย

ปัญหาการขาดแคลนนักพัฒนาซอฟต์แวร์และงบประมาณจัดซื้อเทคโนโลยีที่จำกัดเป็นอุปสรรคสำคัญที่ผู้บริหารเกือบทุกองค์กรต้องเผชิญในปัจจุบัน ทางออกที่ยั่งยืนไม่ใช่การเข้าร่วมสงครามแย่งชิงตัวแรงงานที่มีราคาแพง แต่เป็นการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากรเดิมและเลือกใช้เทคโนโลยีที่ดูแลรักษาง่าย

การพัฒนาทักษะทางเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานให้กับพนักงานแผนกต่างๆ ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์ระบบงานอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฝ่ายไอทีทุกเรื่อง การใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้โค้ดน้อยหรือไม่มีโค้ดเลยช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านกำลังคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การฝึกอบรมพนักงานบัญชีและการตลาดให้รู้จักสร้างเครื่องมือทำงานอัตโนมัติ
  • การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์สำเร็จรูปแทนการจ้างเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
  • การจัดทำคู่มือและระบบเรียนรู้ออนไลน์เพื่อให้พนักงานใหม่พร้อมทำงานได้อย่างรวดเร็ว
  • การรวมระบบงานเข้าสู่ศูนย์กลางเพื่อลดเวลาทำงานที่ซ้ำซ้อนของพนักงาน
  • การหาพันธมิตรภายนอกมารับช่วงดูแลระบบพื้นฐานเพื่อปล่อยให้ทีมงานในองค์กรมุ่งเน้นงานกลยุทธ์

แนวทางบริหารจัดการงบประมาณอย่างคุ้มค่าสูงสุด

เมื่อเผชิญกับข้อจำกัดด้านการเงิน ธุรกิจจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจนและตัดทอนโครงการที่ไม่มีความจำเป็นออกไป

  • การย้ายรูปแบบการจ่ายค่าลิขสิทธิ์จากรายปีเป็นรายเดือนเพื่อรักษากระแสเงินสด
  • การตั้งเป้าหมายความสำเร็จของโครงการในระยะสั้นเพื่อประเมินความคุ้มค่าก่อนลุยเฟสถัดไป
  • การเจรจาต่อรองกับคู่ค้าเทคโนโลยีเพื่อขอข้อเสนอการใช้งานที่ปรับเปลี่ยนได้ตามจริง
  • การจำกัดขอบเขตงานให้เล็กที่สุดเพื่อเลี่ยงความล้มเหลวขนาดใหญ่ที่อาจกระทบต่อธุรกิจ

การสร้างวัฒนธรรมการทำงานด้วยข้อมูลเพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่

การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงานให้ทันสมัยและขับเคลื่อนด้วยระบบข้อมูลช่วยสร้างแรงจูงใจและลดอัตราการลาออกของพนักงานเก่งๆ

การผสาน Generative AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานเดิมขององค์กร

ความตื่นเต้นตื่นตัวในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์แบบสร้างสรรค์กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่การลงมือปฏิบัติตามความเป็นจริงอย่างเป็นขั้นตอน การนำระบบเหล่านี้เข้ามาใช้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การใช้งานหน้าต่างแชตบอททั่วไป แต่คือการเชื่อมต่อมันเข้ากับฐานข้อมูลภายในและโปรแกรมทำงานหลักของบริษัทเพื่อยกระดับความเร็วในการทำงาน

การเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลให้สะอาดและเป็นระเบียบเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการนำปัญญาประดิษฐ์มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ หากฐานข้อมูลต้นทางไม่มีคุณภาพ ปัญญาประดิษฐ์ก็ไม่สามารถประมวลผลข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องแม่นยำได้

  • การนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยร่างเอกสารสัญญาและรายงานทางธุรกิจเพื่อประหยัดเวลา
  • การพัฒนาระบบตอบคำถามลูกค้าอัตโนมัติที่มีความเข้าใจบริบทเฉพาะของธุรกิจ
  • การใช้ระบบอัจฉริยะวิเคราะห์ความต้องการของตลาดจากพฤติกรรมการค้นหาของลูกค้า
  • การจัดทำแนวทางความปลอดภัยและการรักษาความลับของข้อมูลเมื่อพนักงานใช้งานโปรแกรมไอที
  • การฝึกฝนพนักงานในการเขียนคำสั่งป้อนข้อมูลเพื่อให้ได้คำตอบจากระบบไอทีที่ใช้งานได้ทันที

การขยับขยายจากโครงการทดลองสู่ระบบหลักขององค์กร

ปัญญาประดิษฐ์จะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อถูกเชื่อมต่อเข้ากับฐานข้อมูลการสั่งซื้อ ระบบจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และระบบคลังสินค้า

  • การเชื่อมต่อระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ากับระบบอีเมลเพื่อคัดกรองความต้องการของลูกค้า
  • การสร้างตัวช่วยค้นหาคู่มือปฏิบัติงานภายในองค์กรเพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้ในพริบตา
  • การวิเคราะห์หาความเสี่ยงในการทุจริตและการทำธุรกรรมที่ผิดปกติในระบบการเงินแบบเรียลไทม์
  • การใช้ปัญญาประดิษฐ์สรุปการประชุมสำคัญเพื่อส่งต่อเป้าหมายการทำงานให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

การบริหารจัดการความเสี่ยงและจริยธรรมการใช้ระบบอัจฉริยะ

องค์กรธุรกิจต้องดูแลสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญญาประดิษฐ์นำข้อมูลที่เป็นความลับของลูกค้าออกไปเผยแพร่ภายนอก

ตารางเปรียบเทียบ: โครงสร้างการทำงานแบบเดิม กับ ระบบขับเคลื่อนด้วย AI

การวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างระบบงานแบบเก่าที่พึ่งพามนุษย์จัดการทุกขั้นตอน กับระบบงานยุคใหม่ที่มีเทคโนโลยีช่วยประสานงาน จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมการเปลี่ยนแปลงและจุดที่ควรปรับปรุงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

การเปลี่ยนรูปแบบสถาปัตยกรรมไอทีจากระบบรวมศูนย์แบบปิดไปสู่ระบบเปิดที่ยืดหยุ่นคือกุญแจสู่การสร้างความยั่งยืนขององค์กรยุคใหม่ การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างนี้ช่วยลดความล้มเหลวจากจุดเดียวและเพิ่มเสถียรภาพให้กับทุกระบบ

หัวข้อเปรียบเทียบโครงสร้างการทำงานแบบเดิมระบบขับเคลื่อนด้วย AI
การบริการลูกค้าต้องรอพนักงานตอบกลับตามเวลาทำการ เฉลี่ย 4 ชั่วโมงมีการคัดกรองและตอบคำถามพื้นฐานทันทีแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง
การวิเคราะห์ข้อมูลรวบรวมรายงานสเปรดชีตรายสัปดาห์ ใช้เวลาเตรียมข้อมูลนานแดชบอร์ดอัปเดตข้อมูลอัตโนมัติพร้อมระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติ
การบริหารคลังสินค้าตรวจนับสินค้าตามรอบปฏิทิน และสั่งซื้อตามการคาดเดาระบบคาดการณ์ยอดสั่งซื้อล่วงหน้าอัตโนมัติจากข้อมูลประวัติการขาย
การพัฒนาพนักงานอบรมแบบห้องเรียนทั่วไปปีละครั้ง ไม่เจาะลึกเฉพาะคนแพลตฟอร์มแนะนำทักษะที่ควรปรับปรุงตามผลการทำงานจริงรายบุคคล
  • การเปรียบเทียบช่องว่างการทำงานช่วยให้ผู้บริหารจัดสรรงบประมาณได้ตรงจุด
  • การรู้ความสามารถที่แท้จริงของเทคโนโลยีช่วยตั้งเป้าหมายโครงการได้ตรงตามจริง
  • การออกแบบระบบงานแบบยืดหยุ่นช่วยรองรับการปรับตัวยามเกิดการเปลี่ยนแปลงกระทันหัน
  • การใช้ข้อมูลเป็นฐานหลักช่วยลดอคติและการคาดเดาในการดำเนินธุรกิจรายวัน
  • การเชื่อมต่อทุกฝ่ายเข้าด้วยกันช่วยสลายพรมแดนการทำงานแบบแยกแผนก

การกำหนดทิศทางการลงทุนไอทีให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หลักของธุรกิจ

การซื้อซอฟต์แวร์ตามเทรนด์ยอดนิยมโดยไม่มีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับความต้องการที่แท้จริงของแบรนด์ เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การทรานส์ฟอร์มล้มเหลว คำแนะนำที่สำคัญจากผลการศึกษาของดีลอยต์คือการเชื่อมทุกการลงทุนไอทีเข้ากับกลยุทธ์หลักขององค์กรเพื่อสร้างชัยชนะระยะสั้นอย่างรวดเร็ว

"การจัดสรรทรัพยากรด้านเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจที่แท้จริงเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผลงานที่วัดผลได้ไว" ข้อความนี้สะท้อนจากรายงานของดีลอยต์ที่ระบุว่าองค์กรที่ทำสำเร็จคือองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาของลูกค้าไม่ใช่แค่ซื้อระบบมาประดับองค์กร

  • การกำหนดดัชนีวัดความสำเร็จร่วมกันก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแพลตฟอร์มเทคโนโลยีใหม่
  • การเลือกเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ความพึงพอใจและช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
  • การรับฟังปัญหาการใช้งานจริงของพนักงานหน้างานก่อนทำการอัปเกรดระบบจัดเก็บข้อมูล
  • การพัฒนาโครงการขนาดเล็กที่ส่งมอบผลงานได้ภายใน 90 วันเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ทีมงาน
  • การประเมินความพร้อมและทักษะของพนักงานก่อนการเริ่มเปิดใช้งานระบบซอฟต์แวร์ใหม่

ค้นหาจุดอ่อนหลักในกระบวนการทำงานก่อนเริ่มลงทุน

การแก้ปัญหาที่ถูกจุดเริ่มต้นจากการวิเคราะห์หาส่วนงานที่เสียเวลาและสร้างความหงุดหงิดให้ลูกค้ามากที่สุด

  • การตรวจสอบระยะเวลาในการเตรียมเอกสารเพื่อส่งมอบบริการให้ลูกค้า
  • การวิเคราะห์ขั้นตอนการชำระเงินเพื่อหารุดที่ทำให้อัตราการยกเลิกตะกร้าสินค้าออนไลน์สูง
  • การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าต่อคุณภาพบริการหลังการขายเพื่อปรับปรุงแชตบอท
  • การเปรียบเทียบความเร็วในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน

การสร้างแผนงานแบบคล่องตัวที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์

การลงทุนไอทีต้องสามารถยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนแผนงานได้ตลอดเวลาเมื่อตลาดหรือพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป

ข้อผิดพลาดที่ต้องระวังในการทรานส์ฟอร์มสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ผู้ประกอบการรายย่อยมักเข้าใจผิดว่าการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลเป็นเรื่องขององค์กรใหญ่ที่มีงบประมาณมหาศาลเท่านั้น ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของเอสเอ็มอีไทยคือการพยายามสร้างระบบงานขึ้นมาเองทั้งหมดจนสูญเสียเงินทุนและสูญเสียเวลาไปเปล่าๆ

การหันมาพึ่งพาซอฟต์แวร์บริการระบบคลาวด์สำเร็จรูปช่วยให้เอสเอ็มอีไทยเข้าถึงเทคโนโลยีมาตรฐานเดียวกับองค์กรยักษ์ใหญ่ได้ในราคาที่จับต้องได้ การยอมรับการจัดระบบงานตามมาตรฐานซอฟต์แวร์ช่วยลดความยุ่งยากและต้นทุนการดูแลรักษาระบบระยะยาวได้อย่างมาก

  • หลีกเลี่ยงการเขียนโค้ดเพื่อพัฒนาระบบหลังบ้านเองหากมีทางเลือกระบบคลาวด์สำเร็จรูป
  • เลิกติดตั้งซอฟต์แวร์ระบบออฟไลน์ที่ไม่มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติเพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย
  • ไม่ดันทุรังซื้อเครื่องมือดิจิทัลราคาแพงที่พนักงานไม่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอในการควบคุม
  • กำหนดขอบเขตและเป้าหมายการทรานส์ฟอร์มทีละแผนกเพื่อเลี่ยงปัญหาการทำงานสะดุดทั่วทั้งบริษัท
  • มุ่งเน้นการรักษาความปลอดภัยของรหัสผ่านพนักงานและการตรวจสอบสิทธิ์ก่อนอนุญาตให้เข้าถึงระบบ

กับดักการพยายามปรับแต่งโปรแกรมมากจนเกินความจำเป็น

การสั่งให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ดัดแปลงระบบสำเร็จรูปให้สอดคล้องกับขั้นตอนการทำงานดั้งเดิมที่ล้าสมัยจะทำให้ระบบขาดเสถียรภาพ

  • การจ่ายค่าจ้างเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมราคาแพงเพื่อรักษาขั้นตอนการทำงานแบบแมนนวล
  • ปัญหาระบบอัปเดตความปลอดภัยไม่ได้เนื่องจากมีการไปเขียนทับโครงสร้างโค้ดหลักของโปรแกรม
  • การต้องพึ่งพาตัวบุคคลผู้เขียนระบบไปตลอดชีวิตจนกลายเป็นความเสี่ยงขององค์กร
  • ความยุ่งยากในการเชื่อมต่อกับแอปรุ่นใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

การเลือกพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่เหมาะสมและไว้ใจได้

การเลือกคู่ค้าบริการต้องประเมินถึงการดูแลช่วยเหลือหลังการขาย ความมั่นคงของตัวบริษัท และความง่ายในการติดต่อยามระบบขัดข้อง

คู่มือปฏิบัติการ: แผนการลงทุนเทคโนโลยีตามแนวทางรายงานดีลอยต์ ประเทศไทย

ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลเชิงลึกจากผลสำรวจมาแปลงเป็นแผนการดำเนินงานที่จับต้องได้เพื่อนำทางธุรกิจผ่านความท้าทายในปี 2025 โดยการแบ่งการทำงานออกเป็นเฟสที่ชัดเจนจะช่วยให้ลดความปั่นป่วนภายในองค์กรลงได้

การทำงานที่เป็นขั้นเป็นตอนช่วยควบคุมงบประมาณและทรัพยากรบุคคลไม่ให้กระจายตัวอย่างไร้ทิศทางจนส่งผลเสียต่อการบริการลูกค้า การมีลำดับขั้นตอนปฏิบัติงานที่เข้าใจง่ายช่วยสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบความคืบหน้าได้ตลอดโครงการ

  • การจัดทำบัญชีรายชื่อเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ใช้อยู่เพื่อคัดกรองตัวที่ไม่จำเป็น
  • การประเมินทักษะไอทีพื้นฐานของทีมงานเพื่อวางแผนการเรียนรู้ตลอดปี
  • การตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อรับผิดชอบโครงการทรานส์ฟอร์มของแต่ละแผนก
  • การจำลองเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์เพื่อซักซ้อมความพร้อมของทีมงาน
  • การสร้างวัฒนธรรมการกล้าทดลองเครื่องมือใหม่ๆ และพร้อมเรียนรู้หากเกิดความผิดพลาด

ขั้นตอนปฏิบัติที่แนะนำเพื่อเริ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันพรุ่งนี้:

  1. ประเมินระบบที่ใช้อยู่จริง: ทำการรวบรวมค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชันทั้งหมดที่จ่ายไปในรอบปีที่ผ่านมา
  2. ระบุคอขวดของธุรกิจ: สอบถามแผนกขายและแผนกบริการลูกค้าว่าขั้นตอนใดที่สร้างความล่าช้าและโดนร้องเรียนบ่อยที่สุด
  3. ตั้งเป้าหมายตัวเลข: กำหนดเป้าหมายดัชนีวัดผลที่จับต้องได้ เช่น ลดระยะเวลาอนุมัติเอกสารลง 40% หรือเพิ่มยอดขายออนไลน์ขึ้น 25%
  4. เลือกโปรแกรมคลาวด์สำเร็จรูป: คัดเลือกและเริ่มนำระบบคลาวด์ซอฟต์แวร์แบบเก็บค่าบริการตามจริงมาทดลองใช้งานทดแทนระบบแมนนวล
  5. พัฒนาทักษะพนักงาน: คัดเลือกตัวแทนพนักงานที่มีความพร้อมมารับการอบรมการใช้งานและทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงส่งต่อทักษะให้เพื่อนร่วมงาน
  6. วัดผลและขยายผล: ติดตามประเมินผลการทำงานหลังผ่านไป 60 วันเพื่อดูผลตอบรับก่อนนำระบบไอทีนั้นไปขยายผลใช้กับแผนกอื่นๆ

ชัยชนะอย่างยั่งยืนบนเส้นทาง thailand digital transformation survey 2025

การอยู่รอดของธุรกิจไทยท่ามกลางความผันผวนทางเทคโนโลยีขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่เข้ากับเป้าหมายทางธุรกิจที่แท้จริง ผลการสำรวจของรายงาน thailand digital transformation survey 2025 (Deloitte) แสดงให้เห็นชัดเจนว่าหมดยุคแล้วสำหรับการลงทุนไอทีเพื่อความตื่นตัวตามกระแส แต่เป็นเวลาของผู้บริหารที่พร้อมนำเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนรายได้และขีดความสามารถการแข่งขันอย่างชาญฉลาด

กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จไม่ใช่การครอบครองเครื่องมือไอทีที่แพงที่สุดแต่เป็นการมีทีมงานที่ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ดีที่สุด การเร่งส่งเสริมทักษะพนักงานและการมุ่งสร้างระบบงานที่ผสานรวมกันอย่างราบรื่นคือนวัตกรรมที่จำเป็นและคุ้มค่าที่สุดในการนำพาองค์กรไปข้างหน้า

  • การมองเทคโนโลยีไอทีเป็นเสมือนพลังขับเคลื่อนรายได้ขององค์กรแทนการมองเป็นแผนกรายจ่าย
  • การพัฒนาพนักงานในทุกระดับของบริษัทให้ใช้งานระบบคลาวด์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ระดับพื้นฐานได้คล่องแคล่ว
  • การร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวระหว่างทีมเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีมขาย และทีมปฏิบัติการธุรกิจหน้างาน
  • การให้ความสำคัญกับระบบไอทีที่มีความยืดหยุ่นสูง ปลอดภัย และเชื่อมต่อฐานข้อมูลได้อย่างเป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งองค์กร
  • การจัดสรรจัดแบ่งงบประมาณอย่างรอบคอบเหมาะสมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนท่ามกลางเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

รายงาน thailand digital transformation survey 2025 มีประเด็นหลักอย่างไร?

รายงานชี้ให้เห็นว่าธุรกิจไทยกำลังเปลี่ยนจากการทรานส์ฟอร์มองค์กรแบบตื่นตระหนกในช่วงวิกฤต มาเป็นการเลือกสรรลงทุนในเทคโนโลยีอย่างมีกลยุทธ์ โดยเน้นการสร้างช่องทางรายได้และรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ มากกว่าเพียงการประหยัดค่าใช้จ่ายหลังบ้าน พร้อมก้าวเข้าสู่การใช้ Generative AI อย่างเป็นระบบ

ธุรกิจไทยจะแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านไอทีได้อย่างไร?

องค์กรสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้โดยการพัฒนาทักษะ (Upskilling) ให้กับพนักงานหน้างานเดิม และหันมาใช้งานระบบซอฟต์แวร์สำเร็จรูปที่ใช้โค้ดน้อย (Low-Code/No-Code) เพื่อเปิดทางให้พนักงานทั่วไปสร้างระบบทำงานเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาฝ่ายไอทีทั้งหมด

เพราะเหตุใดความสอดคล้องระหว่างกลยุทธ์ธุรกิจและเทคโนโลยีจึงสำคัญที่สุด?

ดีลอยต์เน้นย้ำว่าการปรับเทคโนโลยีให้ตรงกับแผนธุรกิจทำให้ได้ชัยชนะระยะสั้นที่วัดผลได้จริง ป้องกันงบประมาณสูญเปล่าจากการซื้อระบบตามกระแสแต่ไม่ได้ตอบความต้องการหรือแก้ปัญหาคอขวดของลูกค้าจริง

ความแตกต่างระหว่างการใช้เทคโนโลยีแบบเดิมกับยุค AI-Driven ในรายงานนี้คืออะไร?

ระบบการทำงานแบบดั้งเดิมมักทำงานแยกส่วน พึ่งพาการป้อนข้อมูลด้วยมือ และประมวลผลเป็นรายสัปดาห์ ในขณะที่ระบบขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่สามารถประสานข้อมูลข้ามแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ และคาดการณ์ความต้องการเพื่อส่งมอบบริการแก่ลูกค้าได้ทันที

ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMB) ในการปฏิรูปองค์กรคืออะไร?

เอสเอ็มอีควรหลีกเลี่ยงการจ้างเขียนระบบใช้งานเองจากศูนย์เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงและงบประมาณบานปลาย ควรเปลี่ยนไปใช้บริการซอฟต์แวร์ระบบคลาวด์สำเร็จรูปมาตรฐานโลกที่มีความเสถียร มีระบบความปลอดภัยสูง และคิดค่าธรรมเนียมตามปริมาณการใช้งานจริง