ผู้เขียน
รับทำแอพ ราคาเท่าไหร่ ปี 2026? เช็กลิสต์งบและสัญญากันทิ้งงาน
สารบัญ
- 1. ตารางเปรียบเทียบงบประมาณรับทำแอพ ราคาปี 2026 ในตลาด
- 2. 6 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนและดันราคาการพัฒนาแอป
- 3. แผนผังเวลาการพัฒนา 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ Requirement ถึง Store Deployment
- 4. เช็กลิสต์ข้อสัญญาและสิทธิ์ Source Code ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
- 5. การประเมินงบประมาณจริงกับ iReadCustomer และขั้นตอนถัดไป
คำตอบโดยสรุป
ราคาการรับทำแอพปี 2026 ในตลาดทั่วไปแบ่งเป็น 3 ระดับ: MVP Low-Code (50,000–150,000 บาท), Custom Cross-Platform (150,000–450,000 บาท) และ Enterprise System (500,000 บาทขึ้นไป) โดยราคาขึ้นอยู่กับจำนวนหน้าจอ ระบบหลังบ้าน API และความยินยอมเรื่องลิขสิทธิ์ Source Code ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
การค้นหาผู้ให้บริการ รับทำแอพ ราคา สมเหตุสมผลพร้อมคุณภาพงานที่ตรงเป้าหมาย เป็นหนึ่งในความท้าทายสูงสุดขององค์กรและฝ่ายจัดซื้อในปี 2026 ปัญหาที่มักเกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงแค่การตั้งงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับขอบเขตงานจริง (Scope Drift) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสี่ยงในการโดนทิ้งงาน การได้รับซอฟต์แวร์ที่ไม่มีสิทธิ์ในรหัสต้นฉบับ (Source Code) หรือแม้กระทั่งความล่าช้าเกินกำหนดเวลาที่วางไว้ บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยผู้บริหาร ผู้จัดการโครงการ และฝ่ายจัดซื้อ ในการวิเคราะห์กรอบงบประมาณตลาด ถอดสเปกงานอย่างเป็นระบบ และกำหนดข้อสัญญาป้องกันความเสี่ยงอย่างรัดกุม
หากท่านต้องการเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุนซอฟต์แวร์ประเภทอื่น เพิ่มเติม สามารถศึกษาบทความ สร้างแอพ ราคาเท่าไหร่? ทำแอป 2026 ใช้เงินกี่บาท (ตารางราคา) เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมการประเมินงบประมาณ
1. ตารางเปรียบเทียบงบประมาณรับทำแอพ ราคาปี 2026 ในตลาด
ในการประเมินราคาซอฟต์แวร์ โครงสร้างเทคโนโลยีและขอบเขตฟังก์ชันคือปัจจัยชี้ขาด ตลาดการรับทำแอปพลิเคชันในปี 2026 สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับงบประมาณหลัก ดังนี้
| ระดับโครงการ | งบประมาณโดยประมาณ (บาท) | โครงสร้างเทคโนโลยีที่ใช้ | เหมาะสำหรับลักษณะงาน | ระยะเวลาพัฒนา |
|---|---|---|---|---|
| MVP Low-Code / No-Code | 50,000 – 150,000 | FlutterFlow, Bubble, Glide, Webflow | แอปทดสอบตลาด (MVP), งานระบบจองคิวเบื้องต้น, แอปใช้งานภายในทีมขนาดเล็ก | 3 – 6 สัปดาห์ |
| Custom Cross-Platform | 150,000 – 450,000 | Flutter, React Native, Node.js, Go | แอปพลิเคชันธุรกิจ E-Commerce, ระบบสมาชิก สะสมพอยต์, แอปให้บริการลูกค้าพร้อมระบบหลังบ้าน | 8 – 16 สัปดาห์ |
| Enterprise System | 500,000 ขึ้นไป | Native (Swift/Kotlin), Microservices, Cloud Server | แอปองค์กรขนาดใหญ่, ระบบการเงิน Payment Gateways, ระบบที่รองรับผู้ใช้พร้อมกันหลักแสนราย | 16 – 36 สัปดาห์ขึ้นไป |
หมายเหตุ: ช่วงราคาข้างต้นเป็นราคาประเมินเฉลี่ยของตลาดบริษัทเอเจนซี่และซอฟต์แวร์เฮาส์ในประเทศไทย
สำหรับโครงการที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง สามารถเปรียบเทียบกับราคาของ iReadCustomer ซึ่งใช้อัตราค่าบริการรายวันพัฒนา (Man-day Rate) เริ่มต้นที่ 7,990 บาท และมีแพ็กเกจแอปพลิเคชัน (เว็บหรือโมบายล์แอป) แบ่งตามระดับดังนี้:
- Basic App: 39,950 – 279,650 บาท
- Moderate App: 279,650 – 399,500 บาท
- Advanced App: 399,500 – 1,500,000 บาท
- Enterprise App: 1,500,000 บาทขึ้นไป (ประเมินตามขอบเขตงานจริง)
2. 6 ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนและดันราคาการพัฒนาแอป
สาเหตุที่ใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการแต่ละรายมีความแตกต่างกันอย่างมาก เกิดจากปัจจัยด้านเทคนิค 6 ประการ ดังต่อไปนี้:
- จำนวนหน้าจอและเวิร์กโฟลว์ (Screen Count & Flows): แอปที่มี 5–10 หน้าจอหลัก ย่อมมีต้นทุนพัฒนาน้อยกว่าแอปที่มี 30–50 หน้าจอที่มีเงื่อนไขเชิงตรรกะซับซ้อน
- การเลือกแพลตฟอร์ม (Platform Selection): การพัฒนาแบบ Cross-Platform (เช่น Flutter หรือ React Native) ช่วยลดต้นทุนลงได้ประมาณ 30–40% เมื่อเทียบกับการเขียน Native (iOS Swift และ Android Kotlin) แยกจากกันสองชุดรหัส
- ระบบหลังบ้านและฐานข้อมูล (Backend Architecture): หากต้องสร้าง Admin Dashboard ระบบจัดการสิทธิ์ผู้ใช้งาน (RBAC) หรือสถาปัตยกรรม Database ที่รองรับความเสถียรสูง ต้นทุนฝั่ง Backend อาจคิดเป็น 40–50% ของงบประมาณรวม
- การออกแบบ UX/UI (User Experience & User Interface): การใช้ UI Kit สำเร็จรูปมีราคาถูกกว่าการออกแบบ Custom Wireframe และ Design System เฉพาะแบรนด์ ซึ่งต้องผ่านการทดสอบ User Testing
- การเชื่อมต่อระบบภายนอก (API Integrations): การเชื่อมต่อกับ Payment Gateway, ระบบส่งข้อความ LINE Messaging API, Google Maps GPS, หรือระบบ ERP เดิมขององค์กร จะมีค่าดำเนินการพัฒนาและทดสอบ API เพิ่มเติม
- มาตรฐานความปลอดภัยและกฎหมาย (Security & PDPA): แอปที่มีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล sensitive data ต้องมีการทำ Data Encryption, Vulnerability Assessment และรองรับข้อกำหนด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
หากท่านกำลังมองหาการพัฒนาระบบที่มีการเชื่อมต่อช่องทางสื่อสาร เช่น LINE Chatbot สามารถอ่านรายละเอียดงบประมาณได้ที่ LINE Chatbot Cost Calculator 2026: สร้างเอง แพลตฟอร์ม หรือเอเจนซี่
3. แผนผังเวลาการพัฒนา 4 ขั้นตอน ตั้งแต่ Requirement ถึง Store Deployment
โครงการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ประสบความสำเร็จต้องมีการแบ่งระยะเวลา (Phase) ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสามารถติดตามความคืบหน้าได้อย่างเป็นระบบ:
[ระยะที่ 1: Requirements & UX/UI] --> [ระยะที่ 2: Development & API] --> [ระยะที่ 3: QA & UAT] --> [ระยะที่ 4: Store Deployment & Maintenance]
(2 - 4 สัปดาห์) (6 - 12 สัปดาห์) (2 - 4 สัปดาห์) (ดูแลต่อเนื่อง)
- ระยะที่ 1: Requirement Specification & UX/UI Design (2–4 สัปดาห์): ถอดสเปกงาน จัดทำ Wireframe, User Journey และ Prototype ที่สามารถกดคลิกทดสอบได้ เพื่ออนุมัติแบบก่อนเริ่มเขียนรหัส
- ระยะที่ 2: Software Development & API Integration (6–12 สัปดาห์): การเขียนโปรแกรมฝั่ง Front-end และ Back-end รวมถึงการเชื่อมต่อ API และฐานข้อมูลตามสเปกที่ตกลงไว้
- ระยะที่ 3: Quality Assurance (QA) & User Acceptance Testing (UAT) (2–4 สัปดาห์): การทดสอบบั๊ก (Bug Testing), Performance Testing และการเปิดให้ฝ่ายจัดซื้อ/ผู้ว่าจ้าง เข้าทดสอบใช้งานจริงตามเช็กลิสต์การตรวจรับงาน
- ระยะที่ 4: Store Deployment & Maintenance: การนำแอปขึ้น Apple App Store และ Google Play Store พร้อมการรับประกันหลังการส่งมอบ (Defect Warranty) และการบำรุงรักษารายปี
4. เช็กลิสต์ข้อสัญญาและสิทธิ์ Source Code ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ความเสี่ยงใหญ่ที่สุดในการจ้างทำแอปพลิเคชัน คือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในซอฟต์แวร์และการโดนผู้พัฒนาทิ้งงาน ฝ่ายจัดซื้อและผู้บริหารจำเป็นต้องตรวจสอบสัญญาจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้:
สิทธิการครอบครองตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10
ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 10 กำหนดหลักการไว้ว่า งานที่ผู้รับจ้างได้สร้างสรรค์ขึ้นจากการรับจ้างทำของ ให้ผู้ว่าจ้างเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในงานนั้น เว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา (ข้อมูลอ้างอิงจาก Suwanvara Law, https://www.suwanvaralaw.com/guides/software-development-contract-source-code-thailand, 13 ตุลาคม 2026)
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้พัฒนาอ้างสิทธิ์เหนืองานเขียนโปรแกรม สัญญาจ้างจะต้องระบุเงื่อนไขต่อไปนี้อย่างชัดเจน:
- ข้อตกลงโอนสิทธิ์ใน Source Code: สัญญาต้องระบุว่าลิขสิทธิ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และรหัสต้นฉบับ (Source Code) ทั้งหมดตกเป็นของผู้ว่าจ้างโดยสมบูรณ์เมื่อชำระเงินครบถ้วน
- การส่งมอบ Git Repository: กำหนดให้ผู้รับจ้างต้องส่งมอบสิทธิ์การเข้าถึง Git Repository (เช่น GitHub, GitLab, Bitbucket) ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ หรือส่งมอบ Source Code ที่คอมไพล์ได้จริงทุกครั้งที่มีการส่งมอบงานตามงวด
- การแบ่งชำระเงินตาม Milestone ตรวจรับงาน: หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินก้อนใหญ่ก่อนเห็นชิ้นงาน ควรแบ่งการชำระออกเป็น 4–5 งวดตาม Milestone ที่ชัดเจน เช่น:
- งวดที่ 1: เงินมัดจำลงนามสัญญาและอนุมัติ Requirement (10–20%)
- งวดที่ 2: อนุมัติการออกแบบ UX/UI Design (20%)
- งวดที่ 3: ส่งมอบระบบเวอร์ชัน Alpha/Beta และเชื่อมต่อ API (30%)
- งวดที่ 4: ผ่านการทดสอบ UAT และนำแอปขึ้น App Store/Play Store (20–30%)
- งวดที่ 5: ครบระยะเวลารับประกันความบกพร่อง Defect Warranty (10%)
- ระยะเวลารับประกันบั๊ก (Defect Warranty Period): ควรกำหนดระยะเวลารับประกันแก้ไขข้อผิดพลาดซอฟต์แวร์ฟรีอย่างน้อย 90–180 วัน หลังการขึ้นระบบจริง
หากท่านต้องการดูแนวทางงบประมาณสำหรับการสร้างเว็บไซต์องค์กรเพื่อใช้งานคู่กับแอปพลิเคชัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือรับทำเว็บไซต์ 2026: การประเมินงบประมาณอย่างละเอียด
5. การประเมินงบประมาณจริงกับ iReadCustomer และขั้นตอนถัดไป
ในการประเมินราคากับ iReadCustomer เราใช้โครงสร้างราคาแบบโปร่งใสเพื่อให้องค์กรสามารถวางแผนงบประมาณได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง นอกเหนือจากระบบแอปพลิเคชันแล้ว หากองค์กรของท่านต้องการขยายระบบไปยังส่วนอื่นๆ เรามีกรอบราคามาตรฐานดังนี้:
- เว็บไซต์ธุรกิจ (Website): เริ่มต้น Basic 9,900 – 19,900 บาท | Moderate 25,000 – 39,950 บาท | Advanced 39,950 – 79,900 บาท
- ระบบแดชบอร์ดบริหาร (Dashboard System): Basic 79,900 – 279,650 บาท | Moderate 279,650 – 479,400 บาท | Advanced 479,400 – 958,800 บาท
- ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI System / Chatbot): Basic 79,900 – 255,680 บาท | Moderate 255,680 – 479,400 บาท | Advanced 479,400 – 958,800 บาท
- ระบบบริหารจัดการองค์กร (ERP System): Basic 119,850 – 423,470 บาท | Moderate 423,470 – 958,800 บาท | Advanced 958,800 – 1,917,600 บาท
หากผู้บริหารหรือฝ่ายจัดซื้อต้องการประเมินงบประมาณโครงการเบื้องต้น สามารถเข้าใช้งานเครื่องมือคำนวณราคาฟรีด้วย AI หรือนัดหมายประชุมถอดสเปกงาน (Scoping Call) กับทีมผู้เชี่ยวชาญ ได้ที่ https://ireadcustomer.com/th/pricing