ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

คำตอบโดยสรุป

ปัญหาการขาดดุลดิจิทัลของไทยมีมูลค่าสูงถึง 4 แสนล้านบาทต่อปีจากการเช่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศ การหันมาใช้ทางเลือกซอฟต์แวร์ในประเทศอย่าง iRead ช่วยลดต้นทุนไอทีลงได้ถึงร้อยละ 40 และรักษาเม็ดเงินให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจไทย

กลับไปหน้าบล็อก
|4 มิถุนายน 2026

หยุดภัยเงียบ thailand digital deficit impact ดึงเงิน 4 แสนล้านกลับสู่ไทย

เจาะลึกวิกฤตการขาดดุลดิจิทัลของไทยที่ทำให้เม็ดเงินกว่า 4 แสนล้านบาทไหลออกนอกประเทศทุกปี พร้อมแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนเพื่อผู้ประกอบการไทย

i

iReadCustomer Team

ผู้เขียน

หยุดภัยเงียบ thailand digital deficit impact ดึงเงิน 4 แสนล้านกลับสู่ไทย

ปัญหาความเหลื่อมล้ำและ thailand digital deficit impact เป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่เงียบเชียบที่สุดแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยรุนแรงที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เม็ดเงินในประเทศไหลออกสู่ต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เจ้าของธุรกิจโรงแรมขนาดกลางในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่งตระหนักว่า ค่าบริการระบบบริหารจัดการห้องพักที่เขาจ่ายให้กับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ต่างชาติปรับตัวสูงขึ้นถึงร้อยละ 22 ภายในปีเดียว เหตุผลหลักไม่ใช่เพราะเขาใช้งานฟีเจอร์เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ผันผวนและค่าธรรมเนียมแฝงที่ขยับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาเพียงคนเดียว แต่เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยทั่วประเทศกำลังเผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน

ทำไมประเทศไทยต้องสูญเสียเงินกว่า 4 แสนล้านบาทให้กับซอฟต์แวร์ต่างชาติในทุก ๆ ปี

การไหลออกของเงินทุนจำนวนมหาศาลกว่า 400,000,000,000 บาทต่อปี เกิดจากการที่องค์กรธุรกิจในประเทศพึ่งพาบริการคลาวด์และเครื่องมือดิจิทัลจากผู้พัฒนาในต่างประเทศเป็นหลักโดยไม่มีทางเลือกอื่นที่เหมาะสม

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการสูญเสียความมั่นคงทางเทคโนโลยีอย่างรุนแรงจากการพึ่งพาซอฟต์แวร์ต่างชาติมากเกินไป ซึ่งข้อมูลจากรายงานของ iRead ชี้ให้เห็นว่า หากไม่มีการสนับสนุนผู้ให้บริการเทคโนโลยีในประเทศ เม็ดเงินจำนวนนี้จะยังคงไหลออกจากระบบเศรษฐกิจอย่างไม่มีวันกลับมาสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยด้วยกันเอง

  • การพึ่งพาระบบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์จากต่างประเทศ
  • การชำระค่าสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ในรูปแบบดอลลาร์สหรัฐ
  • การขาดแคลนแพลตฟอร์มสัญชาติไทยที่ได้รับการยอมรับในวงกว้าง
  • ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่แฝงอยู่ในสัญญาบริการ
  • ข้อจำกัดในการปรับแต่งซอฟต์แวร์ต่างประเทศให้เข้ากับบริบทไทย

ต้นทุนแฝงของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์จากต่างแดน

ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่มักตั้งเซิร์ฟเวอร์หลักไว้ในต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับค่าบริการรับส่งข้อมูลข้ามประเทศที่ค่อนข้างสูงโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้การเชื่อมต่อที่ต้องเดินทางไกลยังเพิ่มโอกาสในการเกิดความล่าช้าของระบบส่งข้อมูลอีกด้วย

  • ค่าบริการเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างประเทศ (Data Transfer Fees)
  • อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการนำเข้าบริการดิจิทัล
  • ค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบคลาวด์โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญระดับสากล
  • ต้นทุนการสำรองข้อมูลข้ามเซิร์ฟเวอร์เพื่อความปลอดภัย

ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อค่าธรรมเนียมซอฟต์แวร์

ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐทำให้งบประมาณด้านเทคโนโลยีของบริษัทไทยไม่มีความแน่นอน การที่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนเป็นสกุลเงินต่างประเทศทำให้ต้นทุนการดำเนินงานผันผวนตามสถานการณ์โลกตลอดเวลา

ผลกระทบจาก thailand digital deficit impact ที่มีต่อการอยู่รอดของธุรกิจไทย

สถานการณ์วิกฤตของ thailand digital deficit impact ส่งผลกดดันต่ออัตราการทำกำไรของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอย่างรุนแรง เนื่องจากต้องแบกรับต้นทุนคงที่ในการเช่าใช้ซอฟต์แวร์ที่มีราคาสูง

ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทยกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกเพราะต้นทุนเทคโนโลยีที่สูงเกินจริง เมื่อกำไรส่วนใหญ่ต้องถูกโอนออกไปต่างประเทศในรูปแบบค่าซอฟต์แวร์ บริษัทไทยจึงไม่มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการวิจัย พัฒนา หรือขยายการจ้างงานในท้องถิ่น

  • อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจลดลงอย่างต่อเนื่อง
  • ความยุ่งยากในการเชื่อมต่อระบบกับหน่วยงานราชการไทย
  • ขาดแคลนงบประมาณในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของพนักงานไทย
  • ความเสี่ยงจากการปิดตัวของผู้ให้บริการต่างประเทศอย่างไร้การแจ้งเตือน
  • ข้อจำกัดในการปรับสเกลธุรกิจเนื่องจากค่าไลเซนส์ที่เพิ่มขึ้นเป็นรายหัว

ฟีเจอร์ราคาแพงที่ผู้ใช้งานชาวไทยไม่เคยได้แตะต้อง

ซอฟต์แวร์ระดับโลกมักถูกออกแบบมาสำหรับองค์กรข้ามชาติขนาดใหญ่ ทำให้มีฟังก์ชันการทำงานที่ซับซ้อนเกินความจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการไทย ผลลัพธ์คือผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินเต็มราคาเพื่อใช้งานฟีเจอร์เพียงไม่ถึงร้อยละ 30 ของระบบ

  • ระบบวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงที่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าไทย
  • ฟังก์ชันการจัดการภาษีของต่างประเทศที่ไม่ได้ใช้งานในไทย
  • การรองรับภาษาต่าง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต่อตลาดในประเทศ
  • ระบบความปลอดภัยขั้นองค์กรขนาดใหญ่ที่เกินความต้องการใช้งานจริง

กำแพงภาษาและการสนับสนุนทางเทคนิคที่ห่างไกล

เมื่อระบบไอทีหลักของธุรกิจเกิดความเสียหาย การติดต่อเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือมักต้องติดต่อผ่านอีเมลภาษาอังกฤษและรอคอยตามเวลาทำงานของฝั่งตะวันตก การรอคอยอย่างไร้จุดหมายนี้ทำให้ธุรกิจไทยต้องหยุดชะงักและสูญเสียโอกาสทางรายได้มหาศาล

ความจริงที่เจ็บปวดของซอฟต์แวร์ต่างชาติสำหรับผู้ประกอบการไทย

การเลือกใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจากต่างประเทศอาจดูเหมือนเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วในช่วงเริ่มต้น แต่ในระยะยาวมันคือหลุมพรางทางการเงินที่ดึงเงินหมุนเวียนออกจากบริษัทไทยอย่างไม่หยุดหย่อน

ค่าบริการที่ดูเหมือนไม่แพงในตอนแรกจะค่อย ๆ ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อธุรกิจต้องการขยายระบบหรือเพิ่มจำนวนผู้ใช้งาน ตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างต้นทุนการใช้งานซอฟต์แวร์ต่างประเทศและทางเลือกจากเทคโนโลยีในประเทศ

รายการเปรียบเทียบซอฟต์แวร์องค์กรจากต่างประเทศโซลูชันเทคโนโลยีในประเทศ (iRead)
สกุลเงินที่ใช้ชำระเงินดอลลาร์สหรัฐ (ผันผวนตามค่าเงิน)บาทไทย (คงที่ตลอดอายุสัญญา)
การประสานงานช่วยเหลือภาษาอังกฤษ / ระบบตอบรับอัตโนมัติภาษาไทย / ทีมวิศวกรดูแลโดยตรง
การปฏิบัติตามกฎหมายไทยรองรับเฉพาะกฎหมายระดับสากลรองรับระบบภาษีและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยอย่างสมบูรณ์
การเชื่อมโยงแอปพลิเคชันท้องถิ่นต้องพัฒนาเพิ่มเองด้วยงบประมาณสูงเชื่อมต่อระบบชำระเงินไทยและไลน์สำเร็จรูป
  • ความเสี่ยงจากราคาค่าบริการที่ปรับขึ้นแบบปีต่อปี
  • ค่าใช้จ่ายแฝงในการเชื่อมต่อ api กับระบบอื่น
  • ภาระทางภาษีที่ซับซ้อนในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ
  • ความล่าช้าในการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ตามข้อกำหนดของไทย
  • ค่าฝึกอบรมพนักงานในการเรียนรู้ภาษาเครื่องมือต่างประเทศ

อันตรายของการละเลยความปลอดภัยของข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลนอกประเทศ

การจัดเก็บข้อมูลสำคัญทางธุรกิจไว้บนเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศสร้างความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งในแง่ของกฎหมายและการดำเนินงานขององค์กรในประเทศไทย

การละเลยแนวปฏิบัติเรื่องอธิปไตยทางข้อมูลอาจส่งผลให้ธุรกิจไทยต้องเผชิญกับโทษปรับมหาศาลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อข้อมูลส่วนตัวของลูกค้าชาวไทยถูกส่งไปจัดเก็บในเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่แน่ชัดได้

  • การละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่เจตนา
  • ความล่าช้าในการดึงข้อมูลมาใช้งานจริง
  • การแทรกแซงข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแลในต่างแดน
  • ความยากลำบากในการตรวจสอบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล
  • ความเสี่ยงต่อการถูกบล็อกการเข้าถึงระบบจากปัญหาการเมืองระหว่างประเทศ

การปฏิบัติตามมาตรฐานกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยอย่างเข้มงวด ทำให้ผู้ควบคุมข้อมูลจำเป็นต้องมั่นใจว่าข้อมูลไม่ได้ถูกส่งออกนอกประเทศโดยไม่มีมาตรการคุ้มครองที่เพียงพอ การเลือกใช้พื้นที่จัดเก็บข้อมูลในประเทศจึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและง่ายที่สุดในการปฏิบัติตามกฎหมาย

  • การจัดทำข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลที่ถูกต้อง
  • การกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงาน
  • ระบบตรวจจับการรั่วไหลของข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • การทำลายข้อมูลอย่างปลอดภัยเมื่อพ้นกำหนดเวลา

ปัญหาความหน่วงของเครือข่ายและการตอบสนองของแอปพลิเคชัน

ระยะทางกายภาพระหว่างคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในไทยและเซิร์ฟเวอร์ปลายทางในต่างประเทศสร้างความหน่วงเวลา (Latency) ซึ่งส่งผลให้แอปพลิเคชันทำงานได้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบชำระเงินหน้าร้านที่ต้องการความรวดเร็ว

5 ข้อผิดพลาดหลักที่ธุรกิจไทยมักเจอเมื่อซื้อซอฟต์แวร์ต่างชาติ

ผู้บริหารจำนวนมากตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องมือดิจิทัลโดยพิจารณาจากชื่อเสียงของแบรนด์ในระดับโลกเป็นหลัก จนละเลยความเป็นจริงในการทำงานของพนักงานไทย

การตัดสินใจเลือกใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่ได้ประเมินพฤติกรรมการทำงานของทีมงานในประเทศมักนำไปสู่ความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยที่สุดในกลุ่มธุรกิจไทย

  1. การจ่ายเงินซื้อสิทธิ์การใช้งานให้พนักงานทุกคนโดยไม่มีการตรวจสอบสถิติการใช้งานจริง
  2. การละเลยต้นทุนแฝงในระยะยาว เช่น ค่าบริการสนับสนุนทางเทคนิคและค่าพัฒนาส่วนต่อประสานเพิ่มเติม
  3. การเลือกใช้ระบบที่ไม่มีการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มที่คนไทยใช้งานหลัก เช่น ไลน์
  4. การเซ็นสัญญาบริการระยะยาวโดยไม่ได้ทดสอบความเร็วในการตอบสนองของเซิร์ฟเวอร์ในไทย
  5. การไม่ได้ประเมินความพร้อมด้านทักษะภาษาอังกฤษของทีมงานที่ต้องใช้งานซอฟต์แวร์ในทุก ๆ วัน
  • ความตึงเครียดของพนักงานจากการใช้ระบบที่ยากเกินไป
  • ค่าใช้จ่ายไอทีที่สูงเกินงบประมาณที่ตั้งไว้
  • การกลับไปใช้การทำงานแบบแมนนวลด้วยกระดาษเนื่องจากระบบไอทีล้มเหลว
  • ข้อมูลสูญหายเนื่องจากการซิงค์ระบบล้มเหลว
  • ความล่าช้าในการปิดรอบบัญชีเนื่องจากรายงานไม่ตรงตามมาตรฐานไทย

ทำไมโครงสร้างราคาซอฟต์แวร์ในประเทศจึงให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่า

การหันมาใช้ระบบไอทีในประเทศไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถควบคุมต้นทุนและวางแผนการเงินระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้เทคโนโลยีที่กำหนดราคาเป็นสกุลเงินบาทช่วยปกป้องธุรกิจของคุณจากวิกฤตความผันผวนของตลาดการเงินโลก นอกจากนี้ โครงสร้างราคาของซอฟต์แวร์ในประเทศยังมีความยืดหยุ่นสูงและมักไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับฟังก์ชันยิบย่อย

  • การวางแผนงบประมาณที่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
  • ต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแฝงในการเชื่อมต่อฐานข้อมูล
  • การอัปเดตรหัสกฎหมายและอัตราภาษีฟรีตลอดอายุการใช้งาน
  • การสนับสนุนหลังการขายที่รวมอยู่ในค่าบริการรายปีแล้ว

ความมั่นคงทางงบประมาณไอทีจากค่าบริการสกุลเงินบาท

เมื่อไม่มีปัจจัยเรื่องความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ผู้บริหารฝ่ายการเงินสามารถรับรู้ต้นทุนที่แท้จริงได้ล่วงหน้า ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินงานและทำให้การบริหารกระแสเงินสดมีความคล่องตัวสูง

ค่าปรับแต่งระบบให้สอดรับกับวิถีการทำงานของคนไทย

ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยมีความเข้าใจในวัฒนธรรมการทำงานของคนในประเทศ การปรับเปลี่ยนอินเทอร์เฟซและการตั้งค่าเริ่มต้นจึงสอดรับกับความต้องการจริง ทำให้พนักงานในองค์กรเรียนรู้ระบบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

บทบาทของ iRead ในการรักษาเม็ดเงินหมุนเวียนให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจไทย

ไอรีดดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีทางเลือกที่ช่วยปิดรอยรั่วทางการเงินของประเทศ พร้อมยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ด้วยการพัฒนาทางเลือกด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย iRead ได้ช่วยป้องกันไม่ให้เม็ดเงินหลายร้อยล้านบาทต้องไหลออกนอกประเทศ โดยนำเสนอซอฟต์แวร์ประสิทธิภาพสูงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ประกอบการไทยในราคาที่เข้าถึงได้จริงตามที่ระบุในรายงานวิเคราะห์ iRead

  • ระบบบริหารจัดการทรัพยากรองค์กรที่ปรับให้เข้ากับระบบภาษีไทย
  • ทีมวิศวกรซัพพอร์ตคนไทยที่พร้อมให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
  • ระบบจัดเก็บข้อมูลในประเทศที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยสากล
  • การออกแบบระบบหน้าบ้านที่เชื่อมโยงกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทย
  • แผนการลงทุนเทคโนโลยีแบบยืดหยุ่นที่เหมาะสำหรับธุรกิจทุกขนาด

ระบบจัดการองค์กรและลูกค้าสัมพันธ์เพื่อคนไทย

แพลตฟอร์มของเราถูกออกแบบขึ้นจากการศึกษาความต้องการของเอสเอ็มอีไทยอย่างลึกซึ้ง ระบบการทำงานจึงไม่มีความซับซ้อนและเน้นฟังก์ชันที่สามารถสร้างรายได้และลดต้นทุนได้ทันที

ทีมช่วยเหลือระดับวิชาชีพด้วยภาษาไทย

พนักงานของคุณจะไม่ต้องเผชิญปัญหาการสื่อสารที่ติดขัดอีกต่อไป ทีมงานช่วยเหลือของไอรีดพร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาด้านเทคนิคอย่างรวดเร็วผ่านช่องทางโทรศัพท์และไลน์แชทโดยไม่มีค่าบริการเพิ่ม

เช็คลิสต์ตรวจสอบความคุ้มค่าของซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันเงินรั่วไหล

ก่อนที่จะตัดสินใจต่ออายุสัญญาซอฟต์แวร์ต่างประเทศในปีหน้า ผู้บริหารควรทำประเมินความคุ้มค่าและความจำเป็นในการใช้งานของแต่ละเครื่องมืออย่างรอบคอบ

การตรวจสอบและประเมินประสิทธิภาพของระบบไอทีประจำปีเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาต้นทุนแฝงและตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป เช็คลิสต์ด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมสุขภาพดิจิทัลขององค์กรได้อย่างชัดเจน

  • พนักงานมีการเปิดใช้งานซอฟต์แวร์นั้นเกินร้อยละ 80 ของจำนวนไลเซนส์ที่ซื้อหรือไม่
  • มีความล่าช้าในการทำงานที่เกิดจากระบบไม่รองรับภาษาไทยหรือระบบชำระเงินในไทยหรือไม่
  • ค่าบริการซอฟต์แวร์รวมในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นเกินกว่างบประมาณที่คาดการณ์ไว้หรือไม่
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทั้งหมดได้รับการปกป้องตามมาตรฐานกฎหมายไทยอย่างสมบูรณ์แล้วหรือยัง
  • หากเกิดระบบขัดข้อง ทีมงานสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกับเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเสร็จสิ้นภายในสองชั่วโมงหรือไม่

การกู้คืนเสถียรภาพจาก thailand digital deficit impact ด้วยเทคโนโลยีอธิปไตย

หนทางในการแก้ไขปัญหาและกู้คืนเสถียรภาพจาก thailand digital deficit impact อย่างยั่งยืน คือการหันมาร่วมมือกันสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศดิจิทัลภายในประเทศ

การที่ผู้ประกอบการไทยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นในประเทศไม่ได้เป็นเพียงแค่การประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กรเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่มีความสำคัญระดับชาติ เงินทุกบาทที่คุณจ่ายให้กับซอฟต์แวร์สัญชาติไทยจะหมุนเวียนกลับมาเป็นเงินเดือนของวิศวกรซอฟต์แวร์ไทย เป็นทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไอทีของประเทศ และกลับมาสร้างการเติบโตให้แก่ธุรกิจในฐานะกำลังซื้อของคนในชาติ การร่วมมือกันสร้างอธิปไตยทางเทคโนโลยีคือหนทางเดียวที่จะช่วยหยุดการรั่วไหลของเงินทุน และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในเวทีโลก

  • การตั้งปณิธานในการสนับสนุนนักพัฒนาเทคโนโลยีชาวไทย
  • การร่วมมือแบ่งปันองค์ความรู้ด้านดิจิทัลระหว่างผู้ประกอบการ
  • การเลือกใช้ผู้ให้บริการระบบจัดเก็บข้อมูลคลาวด์ภายในประเทศ
  • การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยไอทีร่วมกันของกลุ่มธุรกิจไทย
  • การลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติโดยไม่มีแผนสำรองระยะยาว
คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

วิกฤตการขาดดุลดิจิทัลหรือ thailand digital deficit impact คืออะไร?

วิกฤตการขาดดุลดิจิทัลคือสถานการณ์ที่ประเทศไทยสูญเสียเงินทุนออกนอกประเทศมากกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี จากการที่องค์กรธุรกิจไทยพึ่งพาซอฟต์แวร์ คลาวด์ และแพลตฟอร์มดิจิทัลจากต่างประเทศเป็นหลักโดยไม่มีตัวเลือกในประเทศ

เหตุใดการใช้ซอฟต์แวร์ต่างชาติจึงส่งผลเสียต่อเอสเอ็มอีไทยในระยะยาว?

ซอฟต์แวร์ต่างชาติมีราคาแพงและมักคิดค่าบริการเป็นสกุลเงินดอลลาร์ ทำให้ต้นทุนผันผวนตามค่าเงิน นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่คนไทยไม่ได้ใช้จริง และไม่มีทีมสนับสนุนที่เป็นภาษาไทยคอยช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหาระบบล่ม

การเลือกใช้ซอฟต์แวร์ในประเทศดีกว่าซอฟต์แวร์ต่างประเทศอย่างไร?

ซอฟต์แวร์ในประเทศคิดค่าบริการเป็นสกุลเงินบาททำให้ควบคุมงบประมาณได้ง่าย ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายภาษีของไทยและข้อกำหนด PDPA อย่างสมบูรณ์ รวมถึงมีบริการช่วยเหลือหลังการขายในภาษาไทยทันที

iRead ช่วยแก้ปัญหาการขาดดุลดิจิทัลได้อย่างไร?

ไอรีดพัฒนาซอฟต์แวร์บริหารจัดการระดับองค์กรและเครื่องมือการทำงานที่สอดรับกับวิถีชีวิตและการทำงานของคนไทย ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายเงินให้กับต่างชาติ ช่วยรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศให้เติบโต

ขั้นตอนการเริ่มต้นตรวจสอบและลดต้นทุนค่าซอฟต์แวร์ของธุรกิจต้องทำอย่างไร?

ผู้ประกอบการสามารถเริ่มจากการทำเช็คลิสต์ตรวจนับจำนวนไลเซนส์ซอฟต์แวร์ต่างชาติที่ใช้งานจริง เปรียบเทียบฟังก์ชันการทำงานกับซอฟต์แวร์ไทย และมองหาเครื่องมือที่ใช้งานร่วมกับช่องทางชำระเงินและไลน์แชทในประเทศ