ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Naruebet Aungsirikulthumrong

Naruebet Aungsirikulthumrong

ผู้เขียน

10 นาที

บริษัท software house ในไทย ราคาเท่าไหร่? เช็กลิสต์ตรวจสัญญา

เผยแพร่:
A modern Bangkok corporate office meeting room where a Thai business owner reviews software development milestone contracts and system architecture wireframes on a tablet
สารบัญ

คำตอบโดยสรุป

จ้างบริษัท software house ในไทย มีเรทราคาระบบภายในเริ่มต้นที่ 100,000–300,000 บาท ระบบ Custom Web App อยู่ที่ 350,000–800,000 บาท และระบบองค์กรขนาดใหญ่ 1,000,000 บาทขึ้นไป โดยคิดแบบ Man-Day เฉลี่ย 10,000–25,000 บาท/วัน ทั้งนี้ SME สามารถลดหย่อนภาษีได้ 200% หากจ้างผู้พัฒนาในบัญชี depa

การจ้าง**บริษัท software house ในไทย**เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทาง มีช่วงราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 100,000 บาท ไปจนถึงหลายล้านบาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตระบบ ความซับซ้อนของฐานข้อมูล และรูปแบบการคิดราคา โดยโครงการระบบบริหารจัดการภายในขนาดเล็กมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000–300,000 บาท ซอฟต์แวร์เว็บแอปพลิเคชันเฉพาะทาง (Custom Web Application) อยู่ที่ 350,000–800,000 บาท ส่วนระบบระดับองค์กรขนาดใหญ่มักเริ่มต้นที่ 1,000,000 บาทขึ้นไป หรือคำนวณตามอัตราวันทำงาน (Man-Day) เฉลี่ย 10,000–25,000 บาทต่อวัน

สำหรับเจ้าของกิจการและผู้บริหาร SME การตัดสินใจลงทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ได้จบลงเพียงแค่การเลือกใบเสนอราคาที่ถูกที่สุด แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือการเจอปัญหางบบานปลาย งานล่าช้า หรือซอฟต์แวร์ไม่สามารถใช้งานได้จริงเมื่อตรวจรับ คู่มือนี้สรุปโครงสร้างราคา วิธีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และเช็กลิสต์สัญญาจ้างที่ช่วยปกป้องเงินทุนและทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร

โครงสร้างราคาและงบประมาณในการจ้าง Software House ในไทย

การตั้งงบประมาณจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 2 โมเดลหลัก ซึ่งส่งผลต่อภาระการบริหารจัดการและกระแสเงินสดของกิจการอย่างชัดเจน

1. โมเดลราคาคงที่ตามขอบเขตงาน (Fixed Cost / Fixed Scope)

โมเดลนี้เหมาะสำหรับโครงการที่มีความต้องการชัดเจน มีเอกสารระบุรายละเอียดระบบ (System Requirement Specification หรือ SRS) สมบูรณ์ โดยแบ่งระดับราคาในตลาดไทยตามขนาดโครงการได้ดังนี้:

  • ระบบบริหารงานภายในขนาดเล็ก (Mini ERP หรือ Internal Workflow): งบประมาณ 100,000–300,000 บาท ระยะเวลาพัฒนา 1–3 เดือน มักเป็นการแปลงงานเอกสาร จัดการใบเสนอราคา หรือระบบอนุมัติภายในสำหรับทีมงานขนาดเล็ก
  • ระบบ Custom Web Application และระบบเชื่อมต่อฐานข้อมูลภายนอก: งบประมาณ 350,000–800,000 บาท ระยะเวลาพัฒนา 3–6 เดือน ตัวอย่างเช่น ระบบสั่งซื้อสินค้า B2B ระบบจัดการคลังสินค้าที่มีเงื่อนไขซับซ้อน หรือแพลตฟอร์มพอร์ทัลบริการลูกค้า หากต้องการดูรายละเอียดเจาะลึก สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ จ้างพัฒนา Custom Web App Dashboard ราคาเท่าไหร่? คู่มือปี 2026
  • ระบบระดับองค์กรขนาดใหญ่ (Enterprise Core Solutions): งบประมาณ 1,000,000 บาทขึ้นไป ระยะเวลาพัฒนา 6–12 เดือนขึ้นไป รองรับปริมาณธุรกรรมสูง การเชื่อมต่อระบบหลายแผนก หรือการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง

2. โมเดลคิดตามระยะเวลาและกำลังคน (Time & Material / Man-Day)

สำหรับโครงการที่ต้องปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการทำงานอย่างต่อเนื่องตามการตอบรับของตลาด หรือโครงการนวัตกรรม บริษัทผู้พัฒนาจะคิดค่าบริการเป็นรายวันทำงาน (Man-Day) ต่อตำแหน่ง โดยอัตราราคามาตรฐานในไทยแบ่งตามประสบการณ์ดังนี้:

  • Junior Developer (ประสบการณ์ 1–2 ปี): 8,000–12,000 บาท/วัน
  • Mid-level Developer / System Analyst (ประสบการณ์ 3–5 ปี): 12,000–18,000 บาท/วัน
  • Senior Developer / Solution Architect (ประสบการณ์ 5+ ปี): 18,000–25,000 บาท/วัน หรือสูงกว่า

ข้อควรระวังของโมเดล Man-Day คือภาระความเสี่ยงด้านงบประมาณจะตกอยู่ที่ผู้ว่าจ้าง หากไม่มีการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ที่ดี งบประมาณอาจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณโดยไม่ได้ชิ้นงานที่พร้อมใช้งานจริง

โมเดลคิดตามระยะเวลาและกำลังคน Time & Material / Man-Day…
โมเดลคิดตามระยะเวลาและกำลังคน Time & Material / Man-Day…

สิทธิประโยชน์ภาษี depa 200%: ลดต้นทุนพัฒนาระบบดิจิทัลอย่างถูกกฎหมาย

หนึ่งในโอกาสลดต้นทุนที่ผู้ประกอบการไทยมักมองข้าม คือมาตรการส่งเสริมภาษีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก depa Thailand Digital Catalog ธุรกิจ SME ไทยสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือจ้างทำซอฟต์แวร์ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงสุด 200% (หักได้ 2 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง) ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

เกณฑ์การตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อนภาษี:

  1. ผู้ให้บริการต้องขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล: บริษัทซอฟต์แวร์ต้องผ่านการรับรองและมีรายชื่อปรากฏในแพลตฟอร์ม Thailand Digital Catalog ของ depa อย่างถูกต้อง
  2. มาตรฐานกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์: ผู้ให้บริการต้องผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110 หรือ CMMI (Capability Maturity Model Integration) ซึ่งเป็นการรับรองว่าบริษัทมีกระบวนการควบคุมคุณภาพซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานสากล
  3. ประเภทนิติบุคคลที่เข้าเกณฑ์: ต้องเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยตามเกณฑ์ SME ที่กฎหมายกำหนด

ก่อนลงนามในสัญญาว่าจ้าง แนะนำให้ขอหลักฐานรหัสการขึ้นทะเบียนบัญชีบริการดิจิทัลจากผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อความถูกต้องในการยื่นแบบภาษีต่อกรมสรรพากร สามารถอ่านขั้นตอนปฏิบัติได้ที่ วิธีลดหย่อนภาษี SME ในไทย รับสิทธิ์ 200% สำหรับเครื่องมือดิจิทัล

บริษัท software house ในไทย
บริษัท software house ในไทย

4 เสาหลักในการตรวจสัญญาจ้างซอฟต์แวร์ ป้องกันปัญหางบบานปลาย

ปัญหาข้อพิพาทส่วนใหญ่ระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยี แต่เกิดจากความคลุมเครือในสัญญาจ้าง การตรวจสอบร่างสัญญาต้องครอบคลุม 4 เสาหลักสำคัญดังต่อไปนี้:

1. กรรมสิทธิ์ใน Source Code และ ทรัพย์สินทางปัญญา (IP Rights)

ในสัญญาต้องระบุอย่างชัดเจนว่า "กรรมสิทธิ์ใน Source Code, Database Schema, สถาปัตยกรรมระบบ, และ Git Repository ทั้งหมด ต้องตกเป็นของผู้ว่าจ้างแต่เพียงผู้เดียว 100% หลังจากการชำระเงินตามงวดงานครบถ้วน" ห้ามยอมรับข้อความที่ระบุว่าผู้รับจ้างให้สิทธิ์เพียงแค่ License ในการใช้งาน หรือการล็อกการเข้าถึงโค้ด เพราะจะทำให้ธุรกิจไม่สามารถนำระบบไปพัฒนาต่อกับทีมอื่นได้ในอนาคต

2. ตารางการจ่ายเงินผูกกับผลการตรวจรับงานจริง (UAT-Linked Milestones)

การจ่ายเงินต้องผูกกับผลการทดสอบการใช้งานจริง (User Acceptance Testing: UAT) ในสภาพแวดล้อมจำลอง ไม่ใช่ผูกกับวันที่ตามปฏิทิน ตัวอย่างสัดส่วนการชำระเงินที่สมดุล:

  • งวดที่ 1 (เงินมัดจำเริ่มงาน): 20–30% หลังส่งมอบเอกสารสรุปความต้องการ (SRS) และโครงร่างหน้าจอ (Wireframe)
  • งวดที่ 2 (พัฒนาแกนหลักของระบบ): 30% เมื่อระบบฝั่งฐานข้อมูลและฟังก์ชันหลักทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ทดสอบได้
  • งวดที่ 3 (เชื่อมต่อระบบและทดสอบ UAT): 20–30% เมื่อระบบผ่านการทดสอบตามเงื่อนไขที่ตกลงกันทั้งหมด
  • งวดที่ 4 (นำขึ้นระบบจริงและส่งมอบโค้ด): 10–20% หลังติดตั้งขึ้นระบบ Production และส่งมอบ Source Code พร้อมคู่มือการติดตั้งเรียบร้อย

3. ระยะเวลารับประกันข้อผิดพลาดของระบบ (Warranty Period)

สัญญาต้องมีเงื่อนไขรับประกันข้อผิดพลาด (Bugs) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเป็นเวลาอย่างน้อย 30 ถึง 90 วัน นับจากวันที่ลงนามตรวจรับมอบงานงวดสุดท้าย และต้องมีข้อกำหนดระดับการให้บริการ (SLA) ระบุระยะเวลาในการตอบสนองและแก้ไขบั๊กวิกฤตที่ทำให้ระบบหยุดทำงาน (เช่น แก้ไขภายใน 4–24 ชั่วโมง)

4. นโยบายการขอแก้ไขหรือเพิ่มฟังก์ชัน (Change Request Policy)

งานที่งบประมาณบานปลายมักเกิดจากฟังก์ชันงอกระหว่างทาง สัญญาต้องระบุอย่างเป็นรูปธรรมว่า การปรับเปลี่ยนข้อกำหนดที่กระทบต่องบประมาณและระยะเวลา ต้องผ่านการจัดทำเอกสารประเมินผลกระทบ (Change Request Document) ที่ระบุจำนวน Man-Day และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยต้องได้รับลายเซ็นอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงานส่วนนั้นเสมอ

สัญญาณเตือน (Red Flags) ก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญาจ้างงาน

หากพบข้อบ่งชี้ต่อไปนี้ระหว่างการเจรจากับผู้ให้บริการ ควรชะลอการตัดสินใจและตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างละเอียด:

  • ไม่มีการทำ Wireframe หรือ SRS ก่อนเริ่มเขียนโค้ด: การกระโดดไปเริ่มเขียนโค้ดทันทีโดยไม่มีเอกสารการออกแบบหน้าจอและระบบ มักนำไปสู่งานที่ผิดเป้าหมายและการรื้อทำใหม่ในภายหลัง
  • เรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าเกิน 50%: แสดงถึงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินของผู้รับจ้าง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการทิ้งงาน
  • ปฏิเสธการส่งมอบ Source Code และสิทธิ์ผู้ดูแลระบบคลาวด์: สัญญาณของการพยายามผูกขาดค่าบริการบำรุงรักษารายปีในราคาสูง
  • ไม่มีผู้จัดการโครงการ (Project Manager) ประจำโครงการ: หากต้องสื่อสารกับโปรแกรมเมอร์โดยตรงโดยไม่มีผู้ควบคุมขอบเขตและตารางเวลา งานมักหลุดกรอบเวลาที่ตกลงกันไว้

คำถามที่พบบ่อยในการเลือกผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ในไทย

ผู้บริหารจำนวนมากยังคงมีความสับสนเกี่ยวกับประเภทของผู้ให้บริการในตลาดไอทีไทย ซึ่งส่งผลต่อการวางกลยุทธ์การจัดซื้อ:

  • บริษัท Software House คืออะไร ต่างจาก System Integrator (SI) อย่างไร? Software House มุ่งเน้นการออกแบบและเขียนโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทางตามโจทย์ธุรกิจ ขณะที่ System Integrator (SI) มักเน้นการติดตั้ง เชื่อมโยงระบบฮาร์ดแวร์ เครือข่าย และซอฟต์แวร์สำเร็จรูปจากผู้ผลิตระดับโลกเข้าด้วยกัน
  • บริษัทขายอุปกรณ์ไอทีกับบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์แยกกันอย่างไร? บริษัทจัดจำหน่ายฮาร์ดแวร์ไอที เช่น คอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่าย มักเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าสำเร็จรูป ซึ่งไม่ใช่ผู้ให้บริการรับเขียนโปรแกรมเฉพาะทาง แม้บางแห่งจะมีแผนกบริการเทคนิคดูแลระบบเครือข่ายพื้นฐานก็ตาม
  • ตัวอย่างบริษัทเทคโนโลยีในตลาดหลักทรัพย์ เช่น Sirisoft คือใคร? Sirisoft (บมจ. สิริซอฟต์) เป็นตัวอย่างบริษัทที่ปรึกษาและให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วยระเบียบวิธีแบบ DevOps ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ซึ่งมุ่งเน้นลูกค้าระดับองค์กรและสถาบันการเงินเป็นหลัก แตกต่างจาก Software House ขนาดกลางที่เน้นการพัฒนาโปรแกรมให้กับกลุ่มธุรกิจ SME

การลงทุนสร้างซอฟต์แวร์เฉพาะทางเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การกำหนดขอบเขตงานให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนออกเอกสารขอใบเสนอราคา (RFP) การผูกงวดชำระกับผลตรวจรับงาน และการยืนยันสิทธิ์ในซอร์สโค้ด จะช่วยให้ธุรกิจได้ระบบที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างแท้จริงโดยไม่ต้องเสี่ยงกับปัญหางบประมาณบานปลาย สามารถศึกษาแนวทางการคัดเลือกเพิ่มเติมได้ที่ จ้างเขียนโปรแกรม Web Application ราคาเท่าไหร่? วิธีเลือกบริษัท

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

บริษัท Software House คืออะไร และต่างจากฟรีแลนซ์อย่างไร?

Software House คือนิติบุคคลที่รวมทีมงานเฉพาะด้าน เช่น Project Manager, System Analyst, UI/UX Designer, Developers และ QA Tester ทำให้มีระบบควบคุมคุณภาพและการส่งมอบงานที่แน่นอนกว่าฟรีแลนซ์รายบุคคล พร้อมทั้งสามารถออกใบกำกับภาษีและทำสัญญาโอนสิทธิ์ทางกฎหมายได้อย่างรัดกุม

สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 200% จาก depa มีเงื่อนไขหลักอย่างไร?

ธุรกิจ SME ในไทยต้องจัดซื้อหรือจ้างพัฒนาระบบกับบริษัทซอฟต์แวร์ที่ขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ของ depa และผ่านการรับรองมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 29110 หรือ CMMI เพื่อนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีนิติบุคคลได้ 2 เท่า

ควรจ่ายเงินมัดจำกี่เปอร์เซ็นต์ในการเริ่มโครงการซอฟต์แวร์?

เงินมัดจำงวดแรกไม่ควรเกิน 20% ถึง 30% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด และควรผูกการจ่ายเงินงวดต่อไปกับผลการส่งมอบเอกสารข้อกำหนด (SRS) และผลการทดสอบการใช้งานจริง (UAT) มากกว่าการผูกกับกรอบเวลาตามปฏิทิน

หากต้องการเปลี่ยนฟังก์ชันระหว่างพัฒนา ควรมีวิธีคุมงบอย่างไร?

ต้องระบุข้อกำหนด Change Request (CR) ในสัญญา โดยทุกฟังก์ชันที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากขอบเขตเดิม ผู้พัฒนาต้องทำใบประเมินผลกระทบด้านราคาและเวลาเป็นลายลักษณ์อักษร และต้องได้รับการลงนามอนุมัติจากผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงานเสมอ

รับทำแอพ ราคาเท่าไหร่ ปี 2026? เช็กลิสต์งบและสัญญากันทิ้งงาน

คู่มือประเมินงบรับทำแอพ ราคาปี 2026 สำหรับผู้บริหารและฝ่ายจัดซื้อ พร้อมเช็กลิสต์ 6 ปัจจัยหลัก แผนผังเวลา 4 ขั้นตอน และข้อสัญญาโอนลิขสิทธิ์ Source Code ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ มาตรา 10

Naruebet AungsirikulthumrongNaruebet Aungsirikulthumrong

จ้างพัฒนา Custom Web App Dashboard ราคาเท่าไหร่? คู่มือปี 2026

สรุปโครงสร้างราคาการพัฒนา Custom Web Application Dashboard ในไทย ตั้งแต่ระบบ SME 25,000 บาท จนถึงระดับ Enterprise พร้อมเช็กลิสต์สเปก สัญญา และแนวทางเลือก Vendor ป้องกันงบบานปลาย

Naruebet AungsirikulthumrongNaruebet Aungsirikulthumrong

ทำเว็บคลินิกพร้อมระบบนัดหมาย ราคาเท่าไหร่ ปี 2026?

สรุปงบประมาณทำเว็บไซต์คลินิกพร้อมระบบนัดหมายและแจ้งเตือนผ่าน LINE OA ปี 2569 เจาะลึกค่าใช้จ่ายแรกเริ่ม ค่าบริการรายเดือน และเช็กลิสต์การเลือกผู้พัฒนา

Naruebet AungsirikulthumrongNaruebet Aungsirikulthumrong