ผู้เขียน
รับทำเว็บไซต์ WordPress ราคาเท่าไหร่? เช็กลิสต์งบและเลือก Vendor
สารบัญ
คำตอบโดยสรุป
ค่าจ้างทำเว็บไซต์ WordPress ในไทยปี 2026 อยู่ที่ 15,000–25,000 บาทสำหรับหน้าเดียว (Landing Page), 30,000–60,000 บาทสำหรับเว็บบริษัท B2B และ 50,000–120,000+ บาทสำหรับ E-Commerce (WooCommerce) โดยมีค่าโฮสติ้ง โดเมน และลิขสิทธิ์ปลั๊กอินรายปีรวมประมาณ 3,400–14,600 บาท
บริการ**รับทำเว็บไซต์ WordPress** ในประเทศไทยปี 2026 มีช่วงราคาเฉลี่ยตั้งแต่ 15,000 ถึงมากกว่า 120,000 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดและฟังก์ชัน โดยหน้าเดียว (Landing Page) เริ่มต้นที่ 15,000–25,000 บาท, เว็บบริษัท B2B อยู่ที่ 30,000–60,000 บาท และร้านค้าออนไลน์ E-Commerce ระบบ WooCommerce อยู่ที่ 50,000–120,000+ บาท พร้อมต้นทุนแอบแฝงรายปีเฉลี่ย 3,400–14,600 บาท
การสร้างตัวตนดิจิทัลสำหรับธุรกิจ SME ไม่ใช่แค่เรื่องของการมีหน้าเว็บสวยงาม แต่คือเครื่องมือสร้างยอดขายและสร้างความน่าเชื่อถือ ทว่าปัญหาคลาสสิกที่เจ้าของกิจการจำนวนมากต้องพบเจอเมื่อมองหาผู้ให้บริการรับทำเว็บไซต์ WordPress คือความผันผวนของราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน รวมถึงปัญหาการโดนทิ้งงาน เว็บไซต์โหลดช้า หรือไม่สามารถต่อยอดระบบได้หลังจากจ่ายเงินมัดจำ บทความนี้สรุปโครงสร้างงบประมาณจริง ต้นทุนแอบแฝง และเกณฑ์การประเมินสัญญาจ้างอย่างละเอียด เพื่อให้คุณตัดสินใจลงทุนได้อย่างคุ้มค่า
โครงสร้างราคาและระยะเวลาทำเว็บไซต์ WordPress ตามขนาดธุรกิจ
จากการสำรวจเรทราคาตลาดในประเทศไทย เช่น ข้อมูลบริการจาก Padvee Web School (กันยายน 2023) ที่ระบุแพ็กเกจเว็บไซต์ธุรกิจมาตรฐานเริ่มต้นประมาณ 30,000–35,000 บาท และฐานข้อมูลบริการของ HaveFunSEO (มีนาคม 2025) เกี่ยวกับอัตราค่าบริการพัฒนาโครงสร้างเว็บไซต์และออนเพจ เราสามารถจำแนกขอบเขตงานและกรอบราคามาตรฐานของปี 2026 ได้เป็น 3 ระดับหลัก ดังนี้
| ประเภทเว็บไซต์ | ขอบเขตงานและจำนวนหน้า | ระยะเวลาส่งมอบ | ช่วงราคาตลาดไทย (บาท) |
|---|---|---|---|
| หน้าเดียว (Landing Page / Sales Page) | 1 หน้าเน้นปิดการขาย, รองรับมือถือ, ฟอร์มติดต่อ, เชื่อมต่อพิกเซลโฆษณา | 10–15 วันทำการ | 15,000 – 25,000 |
| เว็บบริษัท B2B (Corporate Website) | 5–15 หน้า (หน้าแรก, เกี่ยวกับเรา, สินค้า/บริการ, บทความ, ติดต่อเรา), โครงสร้างพื้นฐาน SEO | 30–45 วันทำการ | 30,000 – 60,000 |
| ร้านค้าออนไลน์ (E-Commerce WooCommerce) | แคตตาล็อกสินค้า, ระบบตะกร้า, ตัดบัตรเครดิต/พร้อมเพย์, คำนวณค่าส่ง, จัดการสต็อก | 45–60 วันทำการ | 50,000 – 120,000+ |
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพียงหน้าปิดการขายสำหรับแคมเปญโฆษณา คุณอาจพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างการจ้างเขียนเฉพาะหน้ากับการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป โดยศึกษาเพิ่มเติมได้จาก จ้างทำแลนดิ้งเพจ ราคาเท่าไหร่? เทียบกับใช้เครื่องมือทำเอง ปี 2026
หากธุรกิจของคุณมีการให้บริการเฉพาะทาง เช่น ธุรกิจความงามหรือสุขภาพที่ต้องการปฏิทินนัดเวลาล่วงหน้า สามารถศึกษาเกณฑ์ราคาเฉพาะกลุ่มได้ที่ ทำเว็บคลินิกพร้อมระบบนัดหมาย ราคาเท่าไหร่ ปี 2026?
เจาะลึกต้นทุนแอบแฝงรายปี (Total Cost of Ownership - TCO)
หลายครั้งที่ผู้ประกอบการวางงบประมาณไว้เฉพาะ "ค่าจ้างทำเว็บครั้งแรก" แต่ลืมคำนวณค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง ส่งผลให้เว็บไซต์หยุดทำงานเมื่อครบรอบปีแรก ต้นทุนดำเนินงานรายปีที่คุณต้องจัดสรรงบประมาณล่วงหน้า ประกอบด้วย 4 ส่วนสำคัญ:
- ค่าบริการโฮสติ้ง (Managed WordPress Hosting): ประมาณ 1,500 – 8,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้เข้าชม สำหรับเว็บไซต์ธุรกิจทั่วไป แนะนำให้เลือก Cloud Hosting ที่ปรับแต่งสำหรับระบบ WordPress เพื่อความเร็วในการประมวลผลและความเสถียร
- ค่าจดและต่ออายุชื่อโดเมน (Domain Name): ประมาณ 400 – 1,600 บาทต่อปี นามสกุล
.comเฉลี่ยอยู่ที่ 400–600 บาทต่อปี ขณะที่.co.thอยู่ที่ประมาณ 800–1,600 บาทต่อปี - ค่าลิขสิทธิ์ธีมและปลั๊กอินพรีเมียม (Licenses): ประมาณ 1,500 – 5,000 บาทต่อปี เว็บไซต์ระดับมืออาชีพมักใช้เครื่องมือออกแบบหรือปลั๊กอินความปลอดภัยที่มีค่าลิขสิทธิ์อัปเดตรายปี
- งบสำรองการบำรุงรักษาและการดูแลความปลอดภัย (Maintenance): ประมาณ 5,000 – 20,000 บาทต่อปี (หากจ้างผู้เชี่ยวชาญดูแล) หรือเป็นเวลาทำงานของทีมภายในสำหรับการอัปเดตระบบหลักและปลั๊กอินอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
เมื่อรวมต้นทุนรายปี เว็บไซต์ธุรกิจ B2B ทั่วไปจะมีภาระค่าใช้จ่ายพื้นฐานเฉลี่ย 3,400 – 14,600 บาทต่อปี ซึ่งจำเป็นต้องรวมอยู่ในโมเดลกระแสเงินสดของกิจการ
3 สัญญาณเตือน (Red Flags) ก่อนเซ็นสัญญาและวางเงินมัดจำ
เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการจ้างงานผิดพลาด เจ้าของกิจการควรระวัง 3 สัญญาณเตือนอันตรายต่อไปนี้:
- เสนอราคาถูกผิดปกติแต่ใช้ธีมหรือปลั๊กอินเถื่อน (Nulled Plugins): การรับทำเว็บในราคา 3,000–5,000 บาท มักแอบแฝงการใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกดัดแปลง ซึ่งมักฝังโค้ดมัลแวร์ ลิงก์สแปมการพนัน และเสี่ยงต่อการถูกแฮกข้อมูลจนระบบล่ม
- จดโดเมนและเช่าโฮสติ้งเป็นชื่อบัญชีส่วนตัวของฟรีแลนซ์: หากเกิดข้อพิพาทหรือผู้พัฒนาขาดการติดต่อ กิจการจะไม่สามารถย้ายเว็บไซต์หรือต่ออายุโดเมนได้ กลายเป็นการนำชื่อเสียงของแบรนด์ไปผูกไว้กับบุคคลภายนอก
- ไม่มีระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัตินอกเซิร์ฟเวอร์ (Offsite Daily Backup): หากไม่มีระบบสำรองข้อมูลแยกต่างหาก เมื่อเกิดเหตุเซิร์ฟเวอร์ขัดข้องหรือเว็บไซต์ถูกโจมตี ข้อมูลคำสั่งซื้อและบทความทั้งหมดอาจสูญหายโดยกู้คืนไม่ได้
เช็กลิสต์ 7 ข้อสำหรับขอบเขตงาน (SOW) และการตรวจรับมอบระบบ
ก่อนลงนามในสัญญาจ้างและชำระเงินงวดแรก ให้แนบเอกสารขอบเขตงาน (Scope of Work: SOW) โดยระบุ 7 หัวข้อนี้อย่างชัดเจน:
- สิทธิ์ความเป็นเจ้าของระบบระดับสูงสุด (Super Admin): ผู้ว่าจ้างต้องได้รับบัญชีผู้ดูแลระบบสูงสุดทั้งระบบหลังบ้าน WordPress, ระบบจัดการโฮสติ้ง, ฐานข้อมูล และบัญชีจดโดเมน 100%
- การปรับแต่งประสิทธิภาพและความเร็ว (Speed & Core Web Vitals): มีการตั้งค่าระบบแคชและบีบอัดรูปภาพ โดยมีเกณฑ์คะแนนความเร็วบนมือถือและคอมพิวเตอร์ที่ตกลงกันไว้เป็นรูปธรรม
- โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ SEO (On-page SEO Foundation): รองรับการตั้งค่า Meta Title, Meta Description, การสร้างไฟล์ XML Sitemap และโครงสร้าง URL ที่เป็นมิตรต่อ Search Engine
- ระบบความปลอดภัยและการสำรองข้อมูล: ติดตั้งระบบป้องกันการล็อกอินแบบสุ่มรหัส (Brute Force Protection) และตั้งค่าการสำรองข้อมูลอัตโนมัติไปยังระบบคลาวด์ภายนอก เช่น Google Drive หรือ AWS S3
- ความเข้ากันได้บนอุปกรณ์พกพา (Responsive Design): หน้าเว็บต้องแสดงผลได้ถูกต้องและใช้งานได้จริงบนสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ทุกขนาดหน้าจอ
- การเชื่อมต่อระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics & Tracking): มีการติดตั้ง Google Analytics 4 (GA4) และ Google Search Console พร้อมเชื่อมต่อพิกเซลโฆษณาที่จำเป็น
- คู่มือและการฝึกอบรมการใช้งาน (Handover Training & Manual): จัดทำวิดีโอหรือเอกสารแนะนำขั้นตอนการแก้ไขเนื้อหา เพิ่มสินค้า หรือเขียนบทความด้วยตนเอง พร้อมเงื่อนไขการรับประกันแก้ไขข้อผิดพลาดหลังส่งมอบงานอย่างน้อย 30–90 วัน
เลือกระหว่างฟรีแลนซ์กับดิจิทัลเอเจนซี แบบไหนเหมาะกับคุณ?
การตัดสินใจเลือกผู้พัฒนาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงการและความพร้อมของทีมงานภายในธุรกิจของคุณ:
- ฟรีแลนซ์ (Freelancer): เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีงบประมาณจำกัด (15,000–35,000 บาท) ต้องการความยืดหยุ่นสูง และเจ้าของกิจการมีความรู้พื้นฐานในการตรวจรับงานด้วยตนเอง ข้อจำกัดคือหากฟรีแลนซ์เจ็บป่วยหรือติดงานอื่น อาจเกิดความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน
- ดิจิทัลเอเจนซีหรือบริษัทพัฒนาเว็บ: เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการกระบวนการทำงานที่เป็นระบบ มีสัญญาบริการชัดเจน (งบประมาณ 40,000–120,000+ บาท) ครอบคลุมตั้งแต่นักออกแบบ UI/UX นักพัฒนา และผู้จัดการโครงการ ซึ่งช่วยลดภาระการประสานงานของเจ้าของกิจการ และมีบริการดูแลต่อเนื่องหลังการขาย
หากธุรกิจของคุณวางแผนต่อยอดระบบสมาชิกหรือสะสมแต้มผ่านเว็บไซต์ในระยะยาว ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้พัฒนาสามารถออกแบบฐานข้อมูลที่พร้อมเชื่อมโยงกับระบบภายนอกได้ ซึ่งคุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ จ้างทำระบบสะสมแต้ม CRM Loyalty ราคาเท่าไหร่? ปี 2026
การลงทุนทำเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพคือรากฐานสำคัญของการตลาดระยะยาว การใช้เช็กลิสต์ขอบเขตงานเปรียบเทียบใบเสนอราคาจากผู้ให้บริการอย่างน้อย 2–3 เจ้า จะช่วยให้คุณได้รับผลงานที่มีมาตรฐานและป้องกันงบประมาณบานปลายได้อย่างมั่นใจ